ชาวดิน ออนเน็ต
โดย ยรรยง ลูกชาวดิน
7 / มีนาคม / 2553
วันเสาร์, มกราคม 10, 2552
แกนนำเสื้อแดงต้องปรับจังหวะก้าวรุกใหม่
ขออนุญาตินำบทความของคุณปีกซ้าย จากบอร์ดประชาไทมาเผยแพร่ต่อเพราะเห็นว่ามีประโยชน์อย่างมาก บทความที่ดีแบบนี้ไม่อยากให้สูญเปล่า ถ้ามีอะไรที่ผิดพลาดก็ขออภัยต่อคุณปีกซ้ายมาณ.ที่นี่ด้วยครับ
ตอนนี้ผมก็ไม่ทราบว่าทางแกนนำเราดำเนินงานไปถึงไหนแล้ว และบทความนี้ท่านได้ศึกษาดูบ้างหรือยัง คิดว่าดีมีประโยชน์หรือคิดว่าเช่นไร
โดย คุณปีกซ้าย
ที่มา บอร์ดประชาไท
3 มกราคม 2552
ชุมชนชาวเน็ตฝ่ายประชาธิปไตยในบอร์ดประชาไท พากันเสนอต่อแกนนำคนเสื้อแดงว่า ต้องปรับเปลี่ยนจังหวะก้าวรุกหลังปีใหม่ ใช้ยุทธวิธีบี้โจรจับโจร จากนั้นค่อยตลบหลังล้างคอกโจรยกรัง ด้วยการเริ่มต้นขีดเส้นตายให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ต้องดำเนินคดีเอาผิดเหตุการณ์พันธมิตรยึดสนามบินเป็นอันดับแรกก่อน เพราะจะได้รับเสียงสนับสนุนท่วมท้นจากทั้งประชาชนในประเทศ และในระดับสากล หากรัฐบาลรับลูกก็ให้ตามกดดันให้เร่งดำเนินคดีจับแกนนำโจรก่อการร้ายลงโทษให้เด็ดขาด พร้อมชดเชยค่าเสียหาย พร้อมเอาผิดผู้อยู่เบื้องหลัง แต่หากรัฐบาลอภิสิทธิ์เพิกเฉย ก็ให้ยกระดับเป็นการขับไล่รัฐบาลได้ทันที ก็จะไม่ถูกประชาชนเสียงเงียบออกมาคัดค้าน โดยอ้างเพื่อเห็นแก่ความสงบของชาติ
คุณปีกซ้ายนำเสนอในกระทู้เรื่อง"วาระที่เสื้อแดงต้องเคลื่อนไหวก่อน คือเอาผิดโจรยึดสนามบิน ทั้งในประเทศและสากลจะขานรับกว่า"โดยระบุว่า ในทางสากลนั้น เขาให้ความสนใจประเด็นโจรก่อการร้ายพันธมิตรปิดสนามบินมากที่สุด เพราะไปกระทบต่อพลเมืองของเขาที่เดือดร้อน คงจำกันได้ว่าสื่อมวลชนต่างประเทศทั้งอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่นพากันโจมตีพันธมิตรและผู้หนุนหลังในเรื่องนี้พร้อมเพรียงกัน
สอดรับกับทูตของ6ชาติคือสหรัฐ อียู ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ แคนาดาก็ออกแถลงการณ์เรื่องนี้ในวันที่4ธ.ค.คือต้องเอาผิดกับโจรพันธมิตร และโจรพันธมิตรก็ต้องให้คำมั่นว่าจะไม่ปิดสนามบินอีก
คนในประเทศก็เห็นว่าต้องเอาเรื่องนี้เป็นประเด็นที่ต้องมาก่อน ไม่ใช่ยุบสภา ไม่ใช่ลาออก ไม่ใช่อย่างอื่น
ผมจึงขอเสนอว่าจังหวะก้าวที่เสื้อแดงควรทำน่าจะเป็นดังนี้
ขั้นแรก-ยื่นเงื่อนไขเส้นตายต่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ว่าต้องมีการดำเนินคดีกับพฤติการณ์โจรยึดสนามบิน ชดใช้ความเสียหายต่อการท่าอากาศยาน25,000ล้าน ต่อการบินไทยอีก20,000ล้าน ต่อสายการบินต่างๆอีก200,000ล้าน ชดใช้ค่าเสียหายทำเนียบ200ล้านบาท แกนนำโจรพันธมิตร9คน ใครต้องถูกดำเนินคดี สมุนโจรที่ยิงแท็กซี่ ยิงคนในสุวรรณภูมิใครบ้างต้องถูกจับดำเนินคดี มีใครบ้างต้องส่งให้ศาลอาชญากรระหว่างประเทศดำเนินคดี ผู้อยู่เบื้องหลังต้องโดนอะไรบ้าง ว่าไป
ยื่นเงื่อนไขไปว่าภายใน48ชั่วโมงหรือกี่ชั่วโมงต้องมีความคืบหน้าทางคดีอย่างไร ภายในกี่วันต้องจับกุมคุมขัง ภายในกี่วันต้องส่งขึ้นศาลอาชญากรระหว่างประเทศ ภายในกี่วันผู้อยู่เบื้องหลังจะต้องชดใช้ฯลฯ
ขั้นต่อไป-ฟังว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์จะรับเงื่อนไขหรือไม่ หากรับก็ตามจี้ตามกดดันกันถึงที่สุด หากไม่รับหรือโย้เย้ อันนี้เต็มตีนเลย จะกดดันยื่นเงื่อนไขให้ยุบสภา หรือให้ลาออกภายในกี่วันก็ว่าไป รับรองว่าแนวร่วมมาตรึมทั้งในประเทศและในทางสากล
คือผมเห็นว่าลำพัง จู่ๆแกนนำเสื้อแดงลอยๆขึ้นมาว่าให้ยุบสภา คนที่เขาไม่รู้ว่าทำไม ก็จะโต้กลับมาง่ายๆว่าต้องให้โอกาส ต้องเห็นแก่ความสงบ หรืออย่างดีก็คือพวกเสื้อแดงแมร่งก็เลวพอกับเสื้อเหลือง บ้านเมืองเลยวุ่นไม่เลิกฯลฯ
แต่หากมาเริ่มจากขั้นต้นที่คนทั้งในประเทศและต่างประเทศมทันเห็นร่วมๆกัน(ต่างประเทศอย่างที่บอกไปทูต6ชาติมหาอำนาจ+สื่อเทศด่ากันไปทางเดียว ส่วนในประเทศผลสำรวจโพลล์ก็ชี้ว่าคนไทยผิดหวังกับพันธมิตรสูงสุด และผิดหวังสุดๆกับการปิดสนามบิน)
เอาเป็นว่าผมไม่ขัดข้องที่แกนนำเสื้อแดงโฟกัสไปที่การยุบสภา แต่ผมติดใจแค่ว่า ทำไมพวกคุณไม่เริ่มจากขั้นแรกคือ ประเด็นยึดสนามบินที่หากเคลื่อนเรื่องนี้ก่อน จะมีแต่คนเฮโลเอาด้วยทั้งโลก หากอภิสิทธิ์เดินตาม ก็ตามไล่บี้ให้สุดตรีน แต่หากโยกโย้ขึ้นมาก็ใส่กันสุดตรีนเหมือนกันเรื่องยุบสภา ลาออก
คราวนี้ใครจะมาด่าว่าเสื้อแดงยังโง้นยังงี้ มันก็หาเรื่องด่าไม่ได้แล้ว
กิจกรรมต้องห้าม อย่าไปม็อบป่วนASEAN SUMMITเดี๋ยวเน่าเหมือนเสื้อเหลือง
ที่สำคัญกิจกรรมบางอย่างไม่ทำได้ก็ดีเพราะจะเสียการสนับสนุนครับ เช่น
1.ไปม็อบกดดันที่ประชุมASEAN SUMMITนี่ห้ามทำเลย ทำเมื่อไหร่เสื้อแดงก็จะภาพพจน์เน่าพอๆกับเสื้อเหลือง เผลอๆเละกว่าเพราะสื่อจ้องเล่นงานเสื้อแดงอยู่แล้ว
2.ม็อบตีนตบไปตามบี้พวกมาร์คแบบให้คนรำคาญเล่น อย่าทำ เพราะจะเสียการสนับสนุนจากคนส่วนใหญ่
(ผลสำรวจคนเข้าข้างสีแดง25% เหลือง15% อีก60%เป็นกลุ่มไม่เอาใคร เทไปข้างไนก็ได้ กลุ่มนี้ยี้การยึดสนามบิน เสื้อแดงก็เน้นๆเรื่องนี้ไปเลย ได้รับแรงหนุนบาน ทางสากลก็เอาด้วย)
ไม่มีเหตุผลครับที่แกนนำเสื้อแดงจะไม่หยิบเรื่องนี้เล่นก่อน หากไปกดดันยุบสภา ลาออก หรือป่วนอาเซียนซัมมิต ผมถือว่าไม่เป็นมวย หรือเผลอๆก็ล้มมวย
ลูกอยู่ตีนเราแท้ๆ จ่อๆหน้าโกล์ ง้างแล้วยิงหน่อยครับ งานนี้มีแต่เฮ
ให้แกนนำเสื้อแดงขีดเส้นตายจับโจรยึดสนามบินก่อน ยินดีควักเงินลงขัน
ทั้งนี้ชุมชนคนฝ่ายประชาธิปไตยในบอรืดประชาไทต่างก็สนับสนุนข้อเสนอดังกล่าวไปในทำนองเดียวกันว่าแกนนำเสื้อแดงสมควรนำไปกำหนดเป็นจังหวะก้าวรุกต่อไป โดยคุณลิเกหลังม่านกล่าวว่า สนับสนุนแนวคิดนี้ของจขกท.ครับ..
เรื่องยึดสนามบินทั้งสุวรรณภูมิและดอนเมืองรวมไปถึงการยึดรัฐสภาเป็นความผิดที่ชัดแจ้งและเป็นความผิดสำเร็จ..
ต้องมีการติดตามและกดดันอย่างต่อเนื่องและหนักหน่วง..
สังคมไทยและสังคมโลกมีส่วนร่วมและได้รับผลกระทบร่วมกัน..
ตอนนี้ทางฝากรัฐบาลโจรกับผู้เกี่ยวข้องต่างก็ปิดปากเงียบและยังช่วยกันกลบเกลื่อนทำลายหลักฐาน (ดูกรณีระเบิดที่เป็นวัตถุพยานที่ได้เก็บรวบรวมได้จากทำเนียบเป็นตัวอย่าง)...
แกนนำพันธมิตรส่วนใหญ่เก็บตัวเงียบเพื่อหลบกระแส..
อย่าปล่อยให้พวกเชรี่ยเนี่ยลอยนวล..
ตามล้างตามเช็ดพวกมัน...อย่าเลิกลา..
ถ้าคนที่แอบหนุนมันอยู่ข้างหลังกระโดดออกมาปกป้องอีกก็จะได้เห็นกันจะจะอีกรอบ..
ช่วยๆกันครับ..
ถ้าจะตั้งกองทุนเพื่อทำการนี้โดยเฉพาะก็ขอให้บอก..
ผมยินดีช่วยสุดกำลังครับ..
หากรัฐบาลปชป.เฉยไม่เอาผิดโจรไฮแจ็คจะทำให้ทั่วโลกหันมาหนุนเสื้อแดง
คุณดอกจาน กล่าวว่า เห็นด้วยครับ ผมเคยตั้งกระทู้แบบนี้ไปทีหนึ่งแล้ว ภารกิจหลักของคนเสื้อแดงคือ เอาพันธมิตรเข้าคุกครับ บีบให้ ปชป.ดำเนินคดีกับพันธมิตรให้ได้ ถ้ามันไม่ทำ ค่อยเล่นงาน ปชป.ว่ามันไม่ความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศ เพราะมันไม่สามารถสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมได้
วิธีนี้ เราจะได้แนวร่วมทั่วโลกเลยหล่ะ ไม่เฉพาะแต่ในประเทศไทย
คุณNaikor กล่าวสนับสนุนว่า ถ้านำพวกแกนนำมาดำเนินคดีได้...ผมคนนึงละครับที่จะขอยอมรับ รบ.นี้ได้ในระดับนึงครับ...เห็นด้วยกับ จขกท.มากครับ เราควรที่จะประสานประเทศที่เสียหายจากการบุกยึดสนามบินของพวกโจร...ร่วมกันแจ้งความดำเนินคดีในฐานะผู้ก่อการร้ายสากล..รีบดำเนินการโดยด่วนเลยครับเพราะว่าตอนนี้ไอ้พวกโจรชั่วมันยังลอยนวลอยู่เหมือนพวกมันไม่ได้ก่อกรรมทำชั่วอะไรไว้เลย...ประชาชนยิ่งเห็นยิ่งปวดใจครับ ต้องทำให้ทั่วโลกเขายอมรับกระบวนการยุติธรรมของไทยให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรกเลยครับในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้
วอนแกนนำเสื้อแดงต้องเริ่มจากจุดนี้อย่าข้ามขั้นไล่รัฐบาล
คุณgumguam กล่าวหนุนว่า เห็นด้วยๆๆๆๆ
ผู้ก่อการร้ายอุบาทว์ยึดสนามบิน เป็นประโยชน์กับคนรักความเป็นธรรม
พวกมันทำชั่ว ทำพลาดร้ายแรงครั้งนี้ ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์สูงสุด
..คนทั้งโลกไม่มีใครรับได้ ประเด็นนี้จึงชอบธรรมที่จะสร้างพลังอันยิ่งใหญ่
..มีเบื้องลึกเบื้องหลังอันใดหรือ ประเด็นนี้จึงไม่ชูให้เป็นหัวใจของการต่อสู้
( อาจร่วมกับประเด็นอื่นก็ได้ )
แต่มองไม่เห็นเหตุผลที่จะละทิ้งให้เป็นเรื่องของกฏหมาย
..กฏหมายในประเทศนี้มันไม่มีแล้ว..สำหรับชาวดินอย่างพวกเรา
จะปล่อยให้เรื่องนี้กระทืบหัวใจของพวกเราอย่างสะดวกสบายเลยหรือ
..การสู้เรื่องปิดสนามบิน เป็นการสู้เพื่อชื่อเสียงและประโยชน์ของประเทศ
..การสู้เรื่องปิดสนามบิน เป็นการต่อต้านไม่ให้ใช้งบประมาณช่วยพวกอมนุษย์
..การสู้เรื่องปิดสนามบิน เป็นการสู้ให้ชาวโลกเห็นว่าประชาชนยอมไม่ได้
..ยุบสภา ถ้าสู้ชนะแล้วอย่างไร??
จะได้กลับมาเป็นรัฐบาลแน่หรือ??
กลับมาเป็นรัฐบาลแล้วอย่างไร??
..เป็นรัฐบาลภายใต้เผด็จการชั่วร้าย ภายใต้อำนาจอัปรีย์อำมหิต
จะได้ประโยชน์กับประชาชนจริงหรือ?
เราเป็นมากี่รัฐบาลถูกเหยียบย่ำเหมือนไม่ใช่คน
ถ้าประชาชนไม่มีอำนาจ ประชาชนช่วยรัฐบาลไม่ได้
รัฐบาลที่ไร้อำนาจก็ไม่อาจทำงานได้ ..ถึงที่สุดอาจทำลายตัวเอง
มันพิสูจน์ชัดแจ้งแล้ว พิสูจน์เกินพอแล้ว
พลาดพลั้งให้เหล่าสัตว์ร้ายไปแล้ว เสียรัฐบาลไปแล้ว
เปลี่ยนแนวสู้บ้างดีไหม ?
****โปรดฟังสีแดงตัวเล็กๆอย่างพวกเราด้วย
คนเสื้อแดงใจร้อนอยากให้เริ่มแผนขีดเส้นโจรจับโจรตั้งแต่จันทร์ที่5มกราคม
คุณสิบ9สี่9 เสนอว่า ต้องเริ่มตั้งแต่เช้าของวันจันทร์ที่ 5.01.09เลยครับ
ต้องเร่งรีบกดดันที่หน้าปชป.ยื่นเรื่องกดดันมาร์คม.7ให้ออกมารับเรื่องด้วยตัวเองไม่รับไม่กลับ
หลังจากรับแล้วให้เวลา48ชม.ต้องมีคำตอบสั่งการดำเนินคดี
ไม่เช่นนั้นชุมนุมไม่เลิกทั้งทำเนียบและหน้าปชป.
....................ข่าวเกี่ยวเนื่อง ทูตมหาอำนาจจี้เอาผิดโจรยึดสนามบิน...............
ถ้อยแถลงโดยเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย แคนาดา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2551 ที่ กรุงเทพฯ
เอกอัครราชทูตออสเตรเลีย แคนนาดา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ยินดีที่เหตุการณ์บุกยึดท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยุติลง
ในขณะที่พวกเราเคารพสิทธิในการประท้วง และไม่แทรกแซงการเมืองภายในประเทศของไทย พวกเราขอย้ำว่า เหตุการณ์ที่ผู้ประท้วงเข้ายึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่ 25 พฤศจิกายน 2551 เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ซึ่งส่งผลให้ต้องยุติการปฏิบัติการ และสร้างความไม่สะดวกต้อนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เป็นเรื่องที่น่าเสียใจและไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง
พวกเราในฐานะผู้แทนของประเทศที่มีความสนใจร่วมกันต่อสถานการณ์ดังกล่าว ยังคงมีความกังวลอย่างมากที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อยู่ในภาวะที่เสี่ยงต่อการจู่โจมจากภายนอกในรูปแบบต่างๆ
เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ในสายตานานาประเทศต่อไทย ในฐานะที่เป็นแหลงท่องเที่ยวที่สำคัญ เราจึงขอ
-เรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินมาตรการที่จำเป็นต่างๆ เพื่อยกระดับความปลอดภัยของท่าอากาศยานทุกแห่งในประเทศไทย เพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์บุกยึดเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต
-เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มิให้ขัดขวางการดำเนินงานของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมืองอีก และให้คำมั่นต่อสาธารณชนว่าจะไม่ขัดขวางการคมนาคมทางอากาศ ทั้งท่าอากาศยานในกรุงเทพฯ และ/หรือ ในภูมิภาค
นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ทูตต่างประเทศมีการสอบถามว่าจะยึดตามหลักนิติธรรมหรือ the rule of law อย่างไร และจะมีการฟ้องร้องหรือไม่ ซึ่ง บรรดาทูต คณะทูตประเทศห็นว่าต้องยึดหลักนิติธรรมเป็นหลัก
ขอให้พิจารณานะครับ
พิราบ002
: โจ๋งครึ่มพันธมิตรรวมหัวเปรม-ปชป.ก่อกรรมย่ำยีชาติ หัวโจกอำมาตย์ให้กำลังใจโจร

เข้าเฝ้าเปรม-สำราญ รอดเพชร ซึ่งถูกวางตัวจากพันธมิตรให้เป็นผู้อำนวยการอสมท.คนใหม่เล่าให้พธม.ฟังในโอกาสเข้าเฝ้าอวยพรปีใหม่นายพลอาวุโสเปรม ติณสูลานนท์ พร้อมแกนนำพันธมิตรอีก3คน ซึ่งนี่เป็นภาพที่แนบแน่นของอำมาตยาธิปไตยกับโจรก่อการร้ายพันธมิตร
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา ผู้จัดการ
10 มกราคม 2552
*อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง 52บุคคลอัปรีย์แห่งชาติ
ชัดเจนโจ๋งครึ่มเปรม+ปชป.+โจรพันธมิตรรวมหัวย่ำยีประเทศชาติ สนธิลิ้มส่งสำราญ รอดเพชร โฆษกพธม.เข้าเฝ้าสมเด็จป๋า-นายหัวชวนอ้างอวยพรปีใหม่ ซ่อนฉากหลังเดินสายเพื่อให้การรับรองขึ้นนั่งเก้าอี้ผอ.อสมท.เข้าฮุบสื่อรัฐ แกนนำโจรเลียเปรม-ผู้นำปชป.ยอดมนุษย์มาโปรดก็ไม่ปาน เออออกดดันให้กองทัพแทรกแซงการเมืองให้หนักมือขึ้น จะวางตัวเป็นกลางไม่ได้ สุดท้ายหัวโจกอำมาตย์ฯให้กำลังใจพันธมิตร ดังนั้นใครยังฝันหวานจะมีการดำเนินคดียึดสนามบินให้ตื่นได้แล้ว เผยเส้นทางโฆษกพันธมิตรก่อนเอื้อมมือฮุบอสมท.
นายสำราญ รอดเพชร โฆษกเวทีพันธมิตร ซึ่งมีข่าวหนาหูว่าสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้นำสูงสุดของพันธมิตรได้วางตัวให้เขาเป็นผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย(อสมท.)คนใหม่ได้กล่าวบนเวทีปราศรัยย่อยของพันธมิตรว่า เขากับแกนนำพันธมิตรเพิ่งไปพบพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี กับนายชวน หลีกภัย ผู้นำพรรคประชาธิปัตย์มา โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
วันนี้(9ม.ค.)ก็ไปสวัสดีปีใหม่อีกท่านหนึ่ง ต้องกราบขออภัยท่านด้วยที่เอามาเล่านิดหน่อย ตามความเหมาะสม พูดในสิ่งที่ควรพูด ก็คือไปกับคุณคำนูณ สิทธิสมาน คุณประพันธ์ คูณมี และก็ผมนะครับ 3 คน วันนี้ก็เลยมาจัดรายการตอนเช้าเนี้ยสาย มาได้แค่ครึ่งชั่วโมง ก็ไปสวัสดีปีใหม่ ฯพณฯ ท่านองคมนตรี ป๋าเปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 16 ก็นานๆได้เจอท่านก็เลยได้คุยกันยาว ก็เลยมาจัดรายการสาย

นัยยะทางการเมือง-นายพลอาวุโสเปรมกล่าวกับแกนนำพันธมิตรที่ไปเข้าเฝ้าว่า กองทัพต้องเป็นหลักให้กับชาติบ้านเมือง มากกว่าเพียงรักษาความเป็นกลาง กล่าวโดยง่ายคือกดดันให้กองทัพเข้ามาแทรกแซงการเมืองมากขึ้น
พี่น้องครับสิ่งที่ได้คุยกับป๋ามันก็เหมือนกับสิ่งที่พี่น้องกังวัลนั่นแหละ เราก็ให้กำลังใจท่าน ท่านก็ให้กำลังใจเรา บอกว่าท่านอยู่ตรงนั้น บางทีอยากทำบางสิ่งบางอย่างก็ทำไม่ได้ เพราะว่าเป็นประธานองคมนตรี ท่านก็มีข้อจำกัดนะครับ มีสถานภาพที่แน่นอนของท่าน แต่เราก็เรียนไปว่า คือฟังป๋าพูดทีไรเราก็มีกำลังใจนะครับ พี่น้องคงเห็นด้วยกับผมที่ไปกันทั้ง 3 คนว่าในช่วงเวลาที่สำคัญ ป๋าเปรมออกมาพูดนะครับ พี่น้องต้องคิดเสมอว่ามันได้สะท้อนส่วนลึกของหัวใจ มันได้มีนัยยะทางการเมืองของบ้านเมืองนะครับ ตอนหนึ่งคุณคำนูณ สิทธิสมาน ซึ่งได้มาเขียนเป็นคอลัมภ์ในหน้ากระดานเรียงห้าใน ASTVผู้จัดการแล้ว คุณคำนูณ ก็กราบเรียนป๋าบอกว่าได้นำโอวาทของท่านเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ปี 51 คือปีที่แล้วนะครับ ในการให้ศีลให้พรแก่แม่ทัพนายกอง รัฐมนตรีกลาโหมก็ดี แม่ทัพป๊อกก็ดี รู้จักแม่ทัพป๊อกไหม ป๊อกไหนคะ ไม่ใช่ป๊อกแป๊ก หรือป๊อกเด้งนะครับ คุณคำนูณนี่คือเป็นนักข่าวเก่า และก็เป็นคนช่างสังเกตก็บอกว่า ผมชอบป๋ามากนะครับ คือป๋าบอกว่าคือกองทัพทหารนอกจากว่าเป็นกลางนั้นดีแล้ว รักษาความเป็นกลางไว้ แต่มากกว่านั้นคือต้องเป็นหลักให้กับชาติ บ้านเมืองด้วย ตรงนี้ขีดเส้นใต้นะครับ ถ้าเห็นด้วยปรบมือ (เสียงมือตบ)
อันนี้แหละครับ นอกจากเป็นกลางแล้ว มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น คือต้องเป็นหลักให้กับบ้านกับเมืองด้วย พล.อ.เปรม ก็บอกว่าใช่ผม คือท่านก็ประมาณว่าให้ทุกคนได้คิด แล้วป๋าเปรมก็บอกว่า พออ่านข่าวไม่เห็นนะ เห็นแต่ว่าอยากให้เป็นกลาง คำว่าเป็นหลักของชาติเนี้ย นสพ.ไม่ค่อยลงกัน นี่ป๋านี่ละเอียด รัดกุม รอบคอบ แต่ว่าผมอ่านในผู้จัดการ ในที่ไหน ต่อไหนนะ หลายฉบับก็ลง โดยเฉพาะผู้จัดการนี่มี แต่บางฉบับนี่พอเป็นข่าวรวบรัดแล้วเนี้ย ไม่มี นี่ก็คือเป็นประสิทธิภาพของการทำข่าวเหมือนกัน ป๋าวอนทุกฝ่ายเป็นกลาง แต่จริงๆนัยยะที่ต้องขีดเส้นใต้ 5 เส้น ก็คือ ต้องเป็นหลักให้กับชาติ บ้านเมืองด้วย นี่ก็ไปคุยกับป๋าเปรม นอกจากนั้นท่านก็ยังเป็นห่วง เหมือนกับที่เราห่วง เสื้อเหลืองเสื้อแดงจะจบลงอย่างไร ก็แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับท่าน ท่านเป็นนักรับฟังที่ดีนะครับ พูดน้อยแต่ว่าแต่ละช่วงจังหวะพูดน้อย พูดแล้วมันมีคุณค่าทำให้เราได้คิด สิ่งทีไปมาวันนี้ ป๋าเปรมก็ยังพูดถึงหลายเรื่องนะครับ คือเราก็พยายามคุยพาท่านกลับสู่อดีตบ้างนิดหน่อย
ย้ำภาพพันธมิตร+อำมาตยาฯ+ปชป.รวมหัวย่ำยีชาติ

ว่าที่ผอ.อสมท.ที่มีที่มาจากโฆษกพันธมิตรกล่าวต่อไปว่า เมื่อวาน(8ม.ค.)ก็ได้ไปพบอดีตนายกฯ คนที่ 20 ของประเทศไทย ท่านชวน หลีกภัย หรือพี่ชวน ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน หลังจากท่านโดนปาไข่(ไม่เน่า) ที่ภาคเหนือมาได้ 1 วันเมื่อวาน ก็ไปสวัสดีปีใหม่ ไปกับคุณประพันธ์ คูณมี บางปีก็ไม่ได้ไป เพราะว่าท่านไม่ว่าง เราก็ติดนู้นติดนี่ ก็ไปให้กำลังใจท่าน พูดกันตรงๆ ก็คือ ไปชื่นชมท่าน
สิ่งที่ต้องชื่นชมคุณชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ก็คือ สามารถจะฝ่าด่านไปทั้ง 3 จังหวัดได้ มีคนแนะนำมากมาย อย่าไปเลยเดี๋ยวโดนปาไข่ เดี๋ยวโดนทำร้าย เป็นไข่ก็ดีไป แต่ถ้าเป็นระเบิด เป็นน้ำกรด พี่น้องครับมันจะเกิดอะไรขึ้น
รู้จักสำราญว่าที่ผอ.อสมท.ลิ้มส่งมาโปรด

เบิร์ธเดย์ในทำเนียบ-สนธิ ลิ้มฯนายใหญ่พันธมิตรจัดเค้กวันเกิดให้สำราญ รอดเพชร โฆษกเวทีพันธมิตรในทำเนียบรัฐบาลที่พวกเขายึดไว้ มาวันนี้พวกเขาไม่ถูกดำเนินคดีใดๆ แต่กำลังจะได้ตบรางวัลเข้าไปยึดอสมท.ซึ่งเป็นสื่อมวลชนของรัฐบาล
นายสำราญ รอดเพชร ก่อนจะมาเป็นโฆษกพันธมิตรเจ้าของประโยค"พี่น้องเอ๊ยยยย"อันคุ้นหูนั้น เขาเคยเป็นสื่อมวลชนด้านหนังสือพิมพ์มาก่อน โดยเริ่มงานที่หนังสือพิมพ์มาตุภูมิ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์คุณภาพคู่แข่งของมติชนเมื่อเกือบ30ปีก่อน จากนั้นเป็นบรรณาธิการหนังสือการเมืองรายสัปดาห์อาทิตย์ของชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ ก่อนจะไปร่วมงานหนังสือพิมพ์หลายค่าย รวมทั้งค่ายเนชั่นของสุทธิชัย หยุ่น และจังหวะหนึ่งเขาถูกทาบทามเข้าไปเป็นผู้บริหารฝ่ายข่าวของโทรทัศน์ITVในยุคที่ทักษิณ ชินวัตรเข้าไปเทกโอเวอร์จากกลุ่มสุทธิชัย ในฐานะมือปราบกบฎITV เขามีบทบาทอยู่ระยะหนึ่งในฐานะพิธีกรผู้ดำเนินรายการทอล์กด้านการเมือง แต่ในเวลาต่อมานิวัฒน์บุญทรง ธำรงไพศาล มือขวาของทักษิณในITVได้ปลดเขาออกจากตำแหน่งแบบสายฟ้าผ่า โทษฐานสำราญ(ซึ่งมีพื้นเพเป็นคนปักษ์ใต้)ไม่สนองแนวทางการเมืองของทักษิณแบบเต็มที่เต็มใจ
สำราญระหกระเหินออกจากITVมาในสภาพหมาล่าเนื้อ แต่สนธิลิ้ม กับคำนูณ สิทธิสมาน หยิบยื่นโอกาสให้กับเขาเข้าไปเตรียมงานช่อง11NEWS1ที่สนธิลงทุนไปมากหวังว่าจะได้สัมปทานฟรีๆจากรัฐบาลทักษิณ แต่โชคร้ายทักษิณไม่ยกให้ ทำให้สนธิเริ่มเปิดศึกกับทักษิณมานับแต่นั้น สำราญได้เริ่มเป็นโฆษกเวทีพันธมิตรนับแต่วันแรกที่หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยันวันสุดท้ายของการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ มีคนกล่าวว่าเขาทุ่มเททั้งชีวิตจิตใจให้กับสนธิเพื่อสนองคุณที่ให้โอกาสครั้งสำคัญกับเขา และทางหนึ่งก็ได้ล้างแค้นกับทักษิณด้วย เพราะเขาเชื่อว่าได้เข้าไปช่วยปราบกบฎITVให้ทักษิณ แต่ทักษิณกลับโหดร้ายปลดเขาออกมาในสภาพหมาล่าเนื้อ
สนธิเคยส่งวสันต์ ภัยหลีกลี้ สามีของรุ่งมณี เมฆโสภณ ลูกน้องเก่าแก่ใกล้ชิดของเขาคนหนึ่งเข้าไปเป็นผอ.อสมท. แต่วสันต์ไม่มีผลงานที่โดดเด่น และถูกบอร์ดในยุครัฐบาลสมชายบีบให้ลาออกจากตำแหน่ง
มีข่าวหนาหูว่าสำราญได้รับการวางตัวจากสนธิให้เข้าไปกุมบังเหียนของอสมท. โดยความเห็นชอบของผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ที่เขาเรียกอย่างสนิทปากว่า"พี่ชวน" และผู้อาวุโสมากบารมีของอำมาตยาธิปไตยที่เขาเรียกสนิใจว่า"ป๋าเปรม"
วันศุกร์, มกราคม 09, 2552
สื่อไทย (ที่นิสัยเลว) พยายามโหมกระแสกันใหญ่ว่า กลุ่มเสื้อแดงเสื่อม ทักษิณเสื่อม กล่อมกันใหญ่
ผมไม่ค่อยติดตามสื่อไทยมากมายนัก เพราะในฐานะนักเขียนคอลัมน์เหมือนกัน แม้จะเขียนผ่านอินเตอร์เน็ต ผมได้พบความจริงข้อหนึ่งว่า "สื่อก็ไม่ได้รู้มากกว่าเรา" ข้อมูลข่าวสารทั้งหลายไม่ได้มาจากอากาศ แต่มาจากคนรอบๆ ตัว สื่อที่อ่าน สังคมรอบข้าง รวมทั้ง "ทัศนะคติและค่านิยม" ส่วนตัว ดังนั้น สังคมของคอลัมนิสต์คนนั้นเป็นอย่างไร เขาก็มีข่าวาสารแค่นั้นแหละ ส่วน "ความเห็นของเขา" เป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับ "ความรู้และทฤษฎีที่เขาศึกษามา"
คอลัมนิสต์ ทั้งหลายส่วนใหญ่จบ นิเทศศาสตร์ ดังนั้น ความรู้เรื่องเศรษฐกิจ การเมือง สังคมวิทยา ย่อมไม่ลึกซึ้งอะไร ความเห็นของคอลัมนิสต์ต่างๆ ผมจึงไม่ค่อยให้ความสำคัญมากเท่าใดแล้ว พวกเขาได้เปรียบชาวบ้านตรงได้คุยกับคนในสังคมการเมืองมากกว่าเท่านั้น
แต่วิกฤตการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา 3 ปีนี้ ทำให้ผมเรียนรู้ที่สำคัญอย่างหนึ่งว่า "ข้อมูลวงใน" ไม่ได้สำคัญอะไรมากนัก เพราะข้อมูลวงในบอกได้แค่ว่า "ใครอยากทำอะไรที่ไหน เมื่อไหร่ หรือคิดอะไร" เท่านั้น ซึ่งคนอื่นๆ สถานการณ์ สภาพสังคมแวดล้อม กลายเป็นข้อจำกัดว่าใคร "อยากทำอะไร" มันก็ไม่มีทางเป็นไปได้อย่างนั้นแล้ว ผมเรียนรู้อย่างหนึ่งว่า "ข้อสมมุติฐาน" ทางทฤษฎี กับ ปรากฏการณ์ หรือ Event ที่เกิดขึ้นนั้น สำคัญที่สุด
จะวิเคราะห์การเมืองได้อย่างถูกต้อง "ข้อสมมุติฐาน" ต้องมาก่อน เหมือน "การทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์” ทั้งหลาย สมมุติฐานอาจได้มาจากทฤษฎีทางการเมือง สังคมวิทยาต่างๆ แล้วใช้ "ปรากฏการณ์ หรือ Event" ตรวจสอบ หากสอดคล้องกัน แนวคิดเราก็มีความเป็นไปได้สูง
ตอนนี้สื่อทั้งหลายกำลังพยายามสร้างกระแสว่า ทักษิณแย่แล้ว เสื่อมอิทธิพลลงแล้ว ไม่ว่าอ่านค่ายไหนก็เป็นอย่างนี้ทั้งนั้น มันเหมือนกับการ "พยายามสร้างกระแส" อย่างไรอย่างนั้น
ซึ่งความเห็นของสื่อทุกค่าย สวนทางกับข้อสมมุติฐานของผม หรือปรากฏการณ์ทางการเมืองต่างๆ แทบทั้งสิ้น

การสร้างกระแสแบบนี้ ทำให้คนพวกนี้พลาดมาแล้วมากหมาย ก่อนวันที่ 28 ธันวาคม 2551 ก่อนที่มาร์กจะแถลงนโยบาย คนพวกนี้ก็เชื่อว่า เสื้อแดงหมดพลังแล้ว หมดน้ำยาแล้ว เพราะกลุ่มเนวินไปเข้าข้างรัฐบาลแล้ว แต่พอวันที่ 28 ธันวาคม ปรากฏว่าคนเสื้อแดงออกมาอย่างมากมาย จนนายอภิสิทธิ์ต้องหนีไปแถลงนโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศ จนพวกเขาประเมินไม่ได้ว่าคนเสื้อแดงออกมามากได้อย่างไร
ที่จริงพวกสื่อทั้งหลาย ไม่ได้รู้ตัวหรือมีสำนึกเลยว่า วิกฤตการณ์ทางการเมืองสามปีมานี้ สื่อได้เสื่อมไปจนหมดสิ้นแล้ว และสื่อไม่สามารถชี้นำหรือชักจูงสังคมได้อีกต่อไปแล้ว เมื่อสื่อเลือกข้าง “สื่อจึงไม่ได้อยู่ใกล้ชิด” กับกระแสการเปลี่ยนแปลง หรือเข้าใจการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด เมื่อสื่อเข้าข้างอำมาตย์ สื่อก็ไม่มีทางรู้แนวคิด การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง จนไม่สามารถจับกระแสได้ว่า คนเสื้อแดงมาจากไหนมากมาย
สื่อพวกนี้ยังตั้งทฤษฎีเดิมๆ ว่า “ทักษิณคือต้นเหตุของปัญหาทั้งหลาย” ทั้งๆ ที่สถานการณ์ตอนนี้ ประชาชนก้าวพ้น “ทักษิณไปแทบหมดสิ้นแล้ว การต่อสู้ถูกยกระดับขึ้นไปสู่การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ความยุติธรรมและไม่ต้องการการแทรกแซงทางการเมือง รวมทั้งเรื่องชนชั้นแล้ว
เมื่อตั้งสมมุติฐานผิด การคาดการณ์ การวิเคราะห์ของสื่อก็ไร้ความหมายอย่างสิ้นเชิง การไปพยายามสร้างกระแสว่าทักษิณกำลังเสื่อม การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงไม่มีความหมายแล้ว หมดพลังไปแล้ว แล้วพยายามใช้กลยุทธ์ทางการเมืองเดิมๆ คือสร้างกระแสป้ายสีม็อบ ที่ขวางไข่ ผมว่ามันหมดความหมายอย่างสิ้นเชิงแล้ว

การต่อสู้ยกระดับขึ้นไปเป็นการต่อสู้ทางชนชั้น การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ รวมทั้งพฤติกรรมการเลือกตั้งของประชาชนเปลี่ยนไป คนเลือกเป็นพรรค และผู้เลือกตั้งต้องการรัฐสวัสดิการ ดังนั้น การไปวิเคราะห์แบบเดิมว่ากลุ่มเนวิน จะสร้างพรรคขนาดกลางขึ้น มันคือการนำเอา “ความรู้ประสบการณ์” ทางการเมืองก่อนปี 2540 เข้ามาประเมินสภาพการเมือง ยุคปี 2550 ยุคที่อินเตอร์เน็ตได้กลายเป็น “ช่องทางหนึ่ง” เสริมช่องทางต่างๆ ของการ “รับรู้ของประชาชน” ที่มีมากอยู่แล้ว ให้กระจายมากขึ้น ประชาชนสามารถแลกเปลี่ยนความเห็นผ่าน “เว็บไซต์” และ “โทรศัพท์มือถือที่มีครอบคลุม” มากขึ้น
ช่องทางการสื่อสารของสังคมไม่ได้จำกัดแบบยุคก่อนปี 2540 จำนวนโทรศัพท์พื้นฐาน + โทรศัพท์มือถือ ที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้การแลกเปลี่ยนข่าวสารรวดเร็วขึ้น และเสริมด้วย “อินเตอร์เน็ต” ทำให้สภาพสังคมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง คนพวกนี้ยังคิดว่าสังคมไทย ยังคงเหมือนก่อนยุคปี 2540 ที่ “การโฆษณาชวนเชื่อ” มอมเมาประชาชน ผ่านสื่อ ผ่านโทรทัศน์ ยังจะได้ผลอยู่อีก
สุดท้ายคนพวกนี้ยังไม่เข้าใจว่า สังคมเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ทำไมพวกเขาแพ้ ทำไมพวกเขาทำให้การต่อสู้ “ยกระดับขึ้นไป” จากการไล่ถล่มทักษิณ กลายเป็นการต่อสู้ทางชนชั้น และทำลายล้างการครอบงำสังคมที่เป็นมากว่าครึ่งศตวรรษ
ทำไม บารมีพวกเขาถึงเสื่อมลง พวกเขายังมึนงงและไม่รู้ตัวอีก

หนังสือพิมพ์ในเครืองสหภาพยุโรปแฉ!!!!!!!
รับไม่ได้เพราะเนื่องจากไม่โปร่งใสมีเลสนัยในการจัดตั้งรัฐบาลโดยการซื้อคนของพรรคพลังประชาชนเข้าร่วมด้วยเงินตามข่าวที่แฉมาว่าซื้อนักการเมืองหัวละ 40 ล้านบาท และการไม่โปร่งใสของการตัดสินยุบพรรค
พลังประชาชนโดยเร่งด่วนทั้งที่ไม่จำเป็นต้องเร่งด่วนทำข่าวได้เขียนอีกว่ามันมีเบื้องหน้าเบื้องหลังที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนในกรณีเร่งด่วนยุคพรรคเนื่องจากหาหนทางให้พันธมิตรก่อการร้ายสลายอย่างรวดเร็วเพราะได้
สร้างความเสียหายให้ประเทศทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศที่ม๊อบได้กักขังหน่วงเหนี่ยวคนต่างชาติเป็น
ตัวประกันให้อยู่ในสนามบินพร้อมกักเครื่องบินไม่ให้บินจำนวน 88 ลำความผิดระดับสากล ฉะนั้นการเร่ง
ด่วนยุบพรรคพลังประชาชนคือทางออกที่จะช่วยโจรพันธมิตรได้แล้วก็ทำสำเร็จโดยร่วมด้วยกันหลายฝ่ายทั้ง
ทหาร-ตำรวจซึ่งม๊อบที่ปิดสนามบินมีทั้งทหารยศนายพลและทหารลูกน้อง อีกทั้งนักการเมืองของพรรค
ประชาธิปัตย์เข้าร่วมขึ้นเวทีปราศัยภาพในกล้องของนักท่องเที่ยวได้ถ่ายใว้เป็นจำนวนมาก นั่นคือนายกะษิต อภิรมย์ ที่นายอภิสิธิ์ให้ตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ ข่าวยังเขียนแฉอีกว่านายอภิสิทธิ์ยังได้แจกจ่ายตำแหน่ง
สำคัญๆให้ผู้ร่วมม๊อบพันธมิตรเป็นการตอบแทนที่ได้หนุนให้พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลสมความต้อง
การ การช่วงชิงอำนาจเป็นผลสำเร็จของประชาธิปัตย์นั้นมาจากคนที่อยู่เบื้องหลังสนับสนุนม๊อบพันธมิตรทั้ง

จึงต้องยืมเอานโยบายนายทักษิณ ชินวัตร ที่พรรคประชาธิปัตย์เคยถล่มนโยบายนี้ตอนเป็นฝ่ายค้านของไทยรักไทย แล้วเหตุใดเวลานี้จึงนำเอานโยบายของนายทักษิณมาใช้? หรือว่าคิดการณ์ไม่ทันจึงต้องยืมของคนอื่นใช้ไปก่อนเพื่อความเชื่อถือ การนำคนเข้ามาร่วมทำงานกับรัฐบาลซึ่งเป็นลูกคนละพ่อลูกคนละแม่แถมลูกขอเขามาเลี้ยงรวมทั้งลูกที่เก็บตกมาจากข้างถังขยะมันเป็นการรวมมิตรซึ่งจะไม่สามารถควบคุมได้แน่นอน
เพราะแต่ละคนไม่เคยผ่านงานระดับประเทศมาก่อน อย่างเช่นคนที่ก่อม๊อบหากินด้วยการรับจ้างแล้วมารับ
ตำแหน่งในรัฐบาล คนที่จะทำงานให้รัฐบาลได้ต้องคนที่ได้เล่าเรียนมาด้านการเมืองโดยตรง หรือนักธุระกิจ
หัวไวที่สามารถแก้ไขเศรษฐกิจให้พ้นวิกฤติได้ถึงจะบริหารประเทศอย่างเช่นนักธุระกิจเยี่ยงนายทักษิณ ที่เคย
กู้วิกฤติให้ประเทศไทยมาแล้ว ดังนั้นในสถานการณ์โลกขณะนี้ทั่วโลกมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจกันทั้งนั้น
ประเทศใหญ่ๆเช่น อเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมัน ออสเตรียเลีย แคนาดา แม้แต่ประเทศที่ว่ารวยที่สุดคือ ดูไบ ก็ยัง
มีปัญหาแล้วประเทศไทยที่มีแต่ปัญหาระหว่างพรรคการเมืองจ้องแต่จะล้มอำนาจทำรัฐประหาร ประเทศไม่มี
ทางก้าวหน้าเศรษฐกิจไม่มีทางฟื้นฟูขึ้นมาแน่นอน นักลงทุนขาดความเชื่อถือแล้วเมืองไทยจะอยู่รอดไปได้อย่างไรในเมื่อคนไทยเองทุบหม้อข้าวตัวเองให้ต่างชาติเห็นแล้วใครจะกล้ามาทำธุระกิจร่วมด้วย แม้แต่
นักท่องเที่ยวยังบอก โน ไม่มาประเทศไทยกลัวโดนปิดสนามบินอีกยิ่งรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์เอาพันธมิตรร่วมทำงานกับรัฐบาลยิ่งเจริญเร็วปิดต่างประเทศไม่ได้ถึงจะพยายามฟอกตัวขนาดใหน แต่คนต่างประเทศ
ก็ยังเห็นความสกปรกอยู่ดี นี่ข่าวในต่างประเทศออกมาว่าประเทศกัมพูชาจะไม่เข้าร่วมประชุมกลุ่มเอเซียที่เมืองไทยและอาจจะประเทศจีนด้วยเพราะเสถียรภาพของไทยไม่แน่นอนยกเลิกการประชุมอยู่ตลอดเวลา
และก็ย้ายสถานที่ประชุมเหมือนกับการหนีโจรประชุมซึ่งเป็นบุคลิคของการขโมยเขากินกลัวเขามาถวงคืน
จะอายขายหน้าต่างประเทศจึงย้ายไปย้ายมาเพื่อความปลอดภัยหน้าตาของรัฐบาลตน แต่ต่างประเทศก็ดูวิธี
การออกการลุกลี้ลุกรนแบบนี้เป็นเพราะสาเหตุใด????????????

"กลุ่มชักธงรบ" จ.อุบลฯ ขึ้นโรงพักแจ้งความเอาผิด “วิทูด ตั๋วหนัง” กล่าวหาให้ร้ายบุกรุกห้องไอซียูที่ “ยายเนียม” นอนรักษาตัวอยู่ แฉ! ตร.เตรียมกำลัง 1 กอง
กลุ่มชักธงรบ จ.อุบลฯ โร่ขึ้นโรงพักแจ้งความเอาผิด รมต.พม.วิฑูรย์ นามบุตร หาใส่ร้ายบุกรุกห้องไอซียูที่ยายเนียมนอนรักษาตัวอยู่ พร้อมบุกถึงสำนักงาน ปชป.เผาโลงศพประท้วง

โดยกลุ่มคนเสื้อแดงแจ้งว่า ต้องการมาแจ้งความดำเนินคดีกับนายวิฑูรย์ นามบุตร รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่กล่าวหาว่าคนเสื้อแดงบุกรุกเข้าไปในห้องไอซียูที่นางเนียม พันธ์มณี นอนรักษาตัว และการปิดล้อมโรงพยาบาลเมื่อค่ำวันที่ 7 ม.ค. ทำให้แพทย์พยาบาลไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งไม่เป็นเรื่องจริง ทำให้พวกตนได้รับความเสียหายที่ถูกนายวิฑูรย์กล่าวหา จึงต้องการมาแจ้งความดังกล่าว
ต่อมา พ.ต.อ.ไอศูรย์ สิงหนาท รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ได้เจรจาให้แกนนำกลุ่มชักธงรบส่งตัวมาแจ้งความ โดยทางกลุ่มคนเสื้อแดงได้ส่งตัวแทนจำนวน 5 คนมาร้องทุกข์ดำเนินคดีนายวิฑูรย์กับ พ.ต.ท.วีระพันธ์ นาคสุข สารวัตรเวร และหลังให้ปากคำพนักงานสอบสวนกลุ่มคนเสื้อแดงได้ไปเผาโลงประท้วงนายวิฑูรย์ที่สำนักงานพรรคประชาธิปัตย์ อ.เมือง โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่คอยรักษาความสงบและไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด
พ.ต.อ.ไอศูรย์ สิงหนาท รอง ผบก.กล่าวว่า สำหรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงได้ประสานทำความเข้าใจกับแกนนำกลุ่มชักธงรบ และได้ข้อสรุปว่าต่อไปการเคลื่อนไหวกลุ่มชักธงรบ จะไม่ขัดขวางหรือปิดกั้นเส้นทางการจราจร รวมทั้งไม่ใช้สิ่งปฏิกูลหรือไข่ขว้างปาใส่คนที่ตนเองไม่ชอบ สำหรับการรักษาความปลอดภัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่จะเดินทางมาร่วมงานศพนางเนียม พันธ์มณี ที่ อ.ม่วงสามสิบ ได้มีการเตรียมกำลังปราบจลาจลไว้จำนวน 1 กองร้อย
.........................................
วันพฤหัสบดี, มกราคม 08, 2552
"บันทึกคนข่าว 7 ตุลาฯ ข้อเท็จจริงที่แตกต่าง"
กรณี7ตุลาคม:ใครว่าพันธมิตรฯไม่ใช้ความรุนแรง ข้อเท็จจริงที่ กก.สิทธิมนุษยชนฯมองไม่เห็น

พระราชทานเพลิงศพ-สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชทานเพลิงศพนางสาวอังคณา ระดับปัญญาชาติวุฒิ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองในวันที่ 7 ตุลาคม 2551
โดย ประชาชาติธุรกิจ
8 มกราคม 2551
ความจริง-หนังสือ "บันทึกคนข่าว 7 ตุลาฯ ข้อเท็จจริงที่แตกต่าง" ซึ่งจัดพิมพ์โดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ปรากฏข้อเท็จจริงที่ผ่านสายตานักข่าวกว่า 20 ชีวิตที่หลายคนเห็นในสิ่งที่ แตกต่างจากรายงานสรุปของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมองเห็นความรุนแรงมาจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ (เท่านั้น)
ตำรวจที่หนีไม่ทันได้แต่นั่งยกมือไหว้อ้อนวอนร้องขอชีวิตอย่างน่าสงสาร พฤติกรรมที่ไร้มนุษยธรรมของกลุ่ม ผู้ชุมนุมที่มีป้ายการ์ดอาสาฯ คล้องคอหลายคนปิดกั้นไม่ยอมให้รถพยาบาลฉุกเฉินของ ร.พ. ตำรวจ นำ จ.ส.ต.ทวีป กลั่นเทียม ผบ. หมู่งานบังคับและปราบปราม สภ.อ.กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ที่ถูกกลุ่มพันธมิตรฯ แทงด้วยด้ามธงได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างการปะทะที่แยกอู่ทองในออกจากพื้นที่-บันทึกของช่างภาพไทยรัฐ
จากหนังสือ "บันทึกคนข่าว 7 ตุลาฯ ข้อเท็จจริงที่แตกต่าง" ซึ่งจัดพิมพ์โดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ปรากฏข้อเท็จจริงที่ผ่านสายตานักข่าวกว่า 20 ชีวิตที่หลายคนเห็นในสิ่งที่ แตกต่างจากรายงานสรุปของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมองเห็นความรุนแรงมาจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ (เท่านั้น)
เพราะเอาเข้าจริงแล้วกลุ่มผู้ชุมนุมในนามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็ใช้ความรุนแรง ผ่านเลยจุด ที่เรียกว่า อารยะขัดขืน ไปไกลมาก ต่อไปนี้คือ บันทึกนักข่าวที่สังคมควรได้รับรู้ความจริงอีกด้าน

ระหว่างเขาควาย-ในการปฏิบัติหน้าที่สนามของช่างภาพสื่อมวลชนไม่พ้นโดนกระทบกระทั่ง ในภาพนายสมเมธ สมคะเน ช่างภาพไทยรัฐแจ้งความโดนคนเสื้อแดงทำร้ายขณะทำข่าว ต่อมาเหตุเกิดหน้าสภาเมื่อ7ตุลา2551ก็โดนเสื้อเหลืองใช้ไม้หน้าสามตีเข้าท้ายทอย
ตุลาฯ ลืมไม่ลง
(หัสยา ชาติมนตรี สำนักข่าวเนชั่น)
ผู้ชุมนุมที่อยู่ด้านถนนราชวิถีฝั่งทางเข้าสวนดุสิตคนหนึ่งได้ปาระเบิดขวดเข้าใส่บริเวณที่ตำรวจยืนอยู่ ทำให้เกิดไฟไหม้เพียงเล็กน้อย จากนั้นก็มีเสียงปืนยิงรัวมาจากฝั่ง ผู้ชุมนุมทั้ง 2 ด้าน ยังมีการยิงลูกเหล็ก นอต ลูกแก้ว เข้าใส่ตำรวจ ทำให้ตำรวจที่ขณะนั้นมีเพียงโล่และกระบองต้องวิ่งหนี
บริเวณหน้าอาคารวุฒิสภาก็มีตำรวจถูกยิงที่ไหปลาร้าด้านขวา 1 คน และบริเวณราวนมด้านขวาอีก 1 คน เพื่อนตำรวจตัดสินใจใช้มีดผ่ากระสุนให้กับผู้ที่โดนยิงที่ไหปลาร้า ส่วนอีกคนที่โดนยิงที่ราวนมด้านขวานั้นไม่สามารถผ่ากระสุนออกได้ เพราะกระสุนอยู่ลึก
...ถนนพิชัยที่มุ่งหน้าไปทางพรรคชาติไทยได้ยินเสียงตะโกนไล่หลัง เมื่อหันไปก็เห็นตำรวจวิ่งถอยร่นลง ตำรวจคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บถูกด้ามธงของกลุ่มพันธมิตรฯแทงบริเวณท้อง เดินกุมท้องเลือดไหลเต็มขากางเกงและหยดลงไหลนองเต็มพื้นถนน พร้อมกับมีตำรวจคนอื่นได้รับบาดเจ็บ ทั้งหัวแตก ขาหัก โดยมีกลุ่มพันธมิตรฯถือไม้กอล์ฟ ธง และขว้างปาสิ่งของวิ่งโห่ไล่ประกบมาอย่างกระชั้นชิด
บริเวณถนนราชวิถี ฝั่งประตูทางเข้าพระที่นั่งวิมานเมฆ มีชาย 2 คนแขวนป้ายสีส้มมีข้อความ "สรส." (สหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์) เป็นแนวร่วมของกลุ่มพันธมิตรฯใช้อุปกรณ์ตัดไฟที่บริเวณดังกล่าว และให้ผู้ชุมนุมนั่งเฝ้าไว้ เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ มาต่อไฟ
บริเวณหน้าพรรคชาติไทยมีรถเกิดไฟลุกไหม้อยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามพรรคชาติไทย พบว่ามีผู้เสียชีวิตนอนอยู่ด้านข้างรถโดยสภาพศพตอนนั้นไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นชายหรือหญิง เพราะร่างกายไหม้เกรียม อวัยวะ แขนขา ฉีกขาด กระจัดกระจายทั่วบริเวณเหมือนเป็นแค่ก้อนเนื้อ หัวกะโหลกเปิดออกทำให้สมองกระเด็นไปติดอยู่ที่ต้นไม้ที่อยู่ด้านข้าง บริเวณตัวรถมีไฟลุกไหม้และมีเสียงระเบิดดังตามมาอีกหลายครั้ง จนกระทั่งเปลวไฟได้ไหม้ไปถึงถังก๊าซติดรถยนต์ที่อยู่บริเวณหลังรถ ทำให้เกิด
ระเบิดอย่างรุนแรงและไฟได้ลุกไหม้ตัวรถอย่างรวดเร็ว
ผู้ชุมนุมที่อยู่ด้านถนนราชวิถีฝั่งทางเข้าสวนดุสิตคนหนึ่งได้ปาระเบิดขวดเข้าใส่บริเวณที่ตำรวจยืนอยู่ ทำให้เกิดไฟไหม้เพียงเล็กน้อย จากนั้นก็มีเสียงปืนยิงรัวมาจากฝั่ง ผู้ชุมนุมทั้ง 2 ด้าน ยังมีการยิงลูกเหล็ก นอต ลูกแก้ว เข้าใส่ตำรวจ ทำให้ตำรวจที่ขณะนั้นมีเพียงโล่และกระบองต้องวิ่งหนี
บริเวณหน้าอาคารวุฒิสภาก็มีตำรวจถูกยิงที่ไหปลาร้าด้านขวา 1 คน และบริเวณราวนมด้านขวาอีก 1 คน เพื่อนตำรวจตัดสินใจใช้มีดผ่ากระสุนให้กับผู้ที่โดนยิงที่ไหปลาร้า ส่วนอีกคนที่โดนยิงที่ราวนมด้านขวานั้นไม่สามารถผ่ากระสุนออกได้ เพราะกระสุนอยู่ลึกมาก
กำแพงความรู้สึก
บทบันทึกจากซอยสวนอ้อยถึงเพลงชาติ
(ธนก บังผล หนังสือพิมพ์ประชาชาติฯ)
ชายฉกรรจ์เสื้อเหลืองหลายสิบคนกำลังล้อมรถตำรวจคันหนึ่งอยู่ ซึ่งยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งนั่งอยู่ในรถ โดยที่ล้อรถทั้งสี่ถูกเจาะลมออกจนแบนราบแล้ว
ชายฉกรรจ์เสื้อเหลืองหลายสิบคนกำลังล้อมรถตำรวจคันหนึ่งอยู่ ซึ่งยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งนั่งอยู่ในรถ โดยที่ล้อรถทั้งสี่ถูกเจาะลมออกจนแบนราบแล้ว
จากที่เดินวนรัฐสภาหลายรอบ เดินย้อนกลับมายังทางเดิมอีกครั้ง ผ่านกลุ่มคนที่ล้อมรถตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้นกำลังอยู่ในรถ และถูกล้อมโดยกลุ่มคนเสื้อเหลืองจำนวนหนึ่ง บางคนมีอาวุธอยู่ในมือ
มอเตอร์ไซค์หลายคนขับขี่ด้วยความเร็วลัดเลาะไปตามซอกซอยต่างๆ วัยรุ่นบางคนซ้อนมอเตอร์ไซค์ทั้งๆ ที่กำไม้ยาวอยู่ในมือแน่น มีวัยรุ่นหลายคนถือไม้และเหล็กเตรียมพร้อม เด็กวัยรุ่นเอาไม้และรถมอเตอร์ไซค์มาจอดปิดกั้นทางเข้า ได้ยินเด็กบางคนในกลุ่มวัยรุ่นตะโกนขับไล่คนเสื้อเหลืองที่กำลังวิ่งแตกฮือผ่านหลังซอย
และยังพบอีกว่า ในอารมณ์นั้น เวลานั้น วัยรุ่นบางคนในซอยสวนอ้อยยืนถือไม้หรือเหล็กเฝ้าทางเข้าเพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯล้ำมาในพื้นที่ชุมชน
ต่างเหตุต่างผลที่หน้า บช.น.
(ธานี ทวีเกิด หนังสือพิมพ์ข่าวสด)
มีเสียงตำรวจร้องขอว่า "พี่น้องครับอย่าเข้ามานะครับ" แต่กลับมีเสียงโห่ฮาอย่างสนุกสนานตอบกลับมา กระทั่งฟ้ามืดเรื่องก็พลิก เมื่อพันธมิตรฯ เสื้อเหลืองพยายามจะผ่านแดนด้วยการเข้ามายกรั้งลวดหนามออก
บนถนนศรีอยุธยาด้านหน้า บช.น. เห็นตำรวจแต่ละคนเริ่มเตรียมพร้อมทั้งโล่และกระบอง ตามด้วยปืนยิงแก๊สน้ำตา กระสุนอีกเป็นลัง มีรายงานว่าฝ่ายพันธมิตรฯ เริ่มแตกและจะกลับไปที่ทำเนียบฯ แต่ต้องผ่าน บช.น. ทำให้ช่วงเย็นเริ่มมีกลุ่มพันธมิตรฯ จับกลุ่มโห่ร้อง แถมด่าตำรวจด้วยความเจ็บแค้น ส่วนตำรวจมาตั้งแถวเตรียมพร้อมรับมือ โดยเอารั้วลวดหนามมากั้นไว้ 2 ชั้น
เหตุการณ์เหมือนจะไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ มีเสียงตำรวจร้องขอว่า "พี่น้องครับอย่าเข้ามานะครับ" แต่กลับมีเสียงโห่ฮาอย่างสนุกสนานตอบกลับมา กระทั่งฟ้ามืดเรื่องก็พลิก เมื่อพันธมิตรฯ เสื้อเหลืองพยายามจะผ่านแดนด้วยการเข้ามายกรั้งลวดหนามออก สักครู่เสียงตูม ตูม ตูม จึงดังสนั่นขึ้น ตามด้วยเสียงหวีดร้องของกลุ่มพันธมิตรฯ แต่ก็เป็นช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เพราะทุกคนในกลุ่มผู้ชุมนุมเตรียมตัวมาแล้วว่าต้องทำอย่างไร บางคนมีอุปกรณ์ป้องกันตัว
บางคนยืนหยัดสู้กับฝ่ายตำรวจ เจ้าหน้าที่มีโล่และกระบองเป็นอาวุธ เสียงยิงแก๊สน้ำตายังดังไม่ขาดระยะ ตามด้วยเสียงสะท้อนกลับจากคมกระสุนของหนังสติ๊กบรรจุลูกแก้วและลูกเหล็กดังขึ้นไม่ขาดกัน
ท่ามกลางความชุลมุนฝูงชนเสียงตีเกราะ เสียงโห่ไล่ ดังนานนับชั่วโมง พันธมิตรฯ ร้องท้าทายตำรวจท่ามกลางหมอกควันของแก๊สน้ำตา "ไอ้สารเลว ถ้ามึงแน่จริงก็มาต่อยกับกูตัวๆ มั้ยล่ะ อาวุธไม่เกี่ยว"
สุดท้ายตำรวจต้องใช้แผนระดมยิงอย่างไม่ยั้ง ภายใต้เหตุผลว่าต้องรักษาที่มั่นของตัวเอง เพราะถ้ารักษาที่ตั้งตัวเองไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปดูแลบ้านของคนอื่นแล้ว
บันทึกจากผู้สื่อข่าวต่างประเทศ : เกิดอะไรขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551
(Nick Nostitz เผยแพร่ในเว็บไซต์ New Mandala)
ฝ่ายพันธมิตรฯใช้ปืนสั้นยิงเข้าใส่ตำรวจหัวมุมตึกรัฐสภา และตำรวจที่ถูกปิกอัพพุ่งชนโดยตั้งใจ
ประมาณ 10.00 น. ฝ่ายพันธมิตรฯ ก็เริ่มโจมตี พวกเขาโยนระเบิดปิงปองเข้าไปในพื้นที่ของ บช.น. และเข้าใส่ตำรวจ พวกเขาใช้หนังสติ๊กระดมยิงลูกเหล็กและลูกแก้วเข้าใส่ตำรวจ ช่วงบ่ายเกิดการปะทะกันอีกครั้ง ผู้ชุมนุมที่กำลังถูกตำรวจระดมยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ โดยตำรวจพยายามตอบโต้การโจมตีของฝ่ายพันธมิตรฯ
สถานการณ์ก็ตึงเครียดอย่างไม่น่าเชื่อ ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาตลอดเวลา ทั้งตรงหัวมุมถนนที่ใกล้กับประตูใหญ่รัฐสภา ขณะหนึ่ง ฝ่ายพันธมิตรฯพยายามขับรถบรรทุกตรงเข้ามายังตำรวจที่อยู่ตรงถนนร่วมจิต พวกตำรวจจึงรีบตั้งเครื่องกีดขวางและยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่รถบรรทุกทันก่อนที่รถจะชนตำรวจ คนขับถูกตำรวจนำตัวไป
ฝ่ายพันธมิตรฯใช้ปืนสั้นยิงเข้าใส่ตำรวจหัวมุมตึกรัฐสภา และตำรวจที่ถูกปิกอัพพุ่งชนโดยตั้งใจ
เมื่อฟ้ามืด บช.น. ซึ่งกำลังเจอกับการโจมตีอย่างต่อเนื่องจากพันธมิตรฯ ตำรวจใช้แก๊สน้ำตา พันธมิตรฯใช้หนังสติ๊ก เสียงกระสุนปะทะกับโล่กำบังและพื้นถนนตลอดเวลา ฝ่ายพันธมิตรฯยิงปืนออกไปเป็นครั้งคราวเช่นกัน มีความพยายามขับรถยนต์และรถบรรทุกเข้าชนแนวกีดขวาง แต่ตำรวจสกัดไว้ได้
สถานการณ์สงบลงเล็กน้อย ตำรวจยึดตรงหัวมุมลานพระบรมรูปทรงม้ากลับมาได้ รถปิกอัพที่พยายามจะชนตำรวจจอดแน่นิ่ง ตำรวจลากชาย 2 คนออกมาจากข้างหลังและเล่นงานพวกเขาเล็กน้อย
หลัง 22.00 น. สถานการณ์เริ่มอยู่ในการควบคุมมากขึ้น สักครู่มีชายใส่ชุดพรางลายทหาร อาจเป็นทหารประจำการหรือนอกราชการที่อยู่ฝ่ายพันธมิตรฯ มาเจรจากับตำรวจอยู่ชั่วครู่
ตำรวจตอบไปว่าพวกเขาจะหยุดยิงแก๊สน้ำตาหากฝ่ายพันธมิตรฯหยุดยิงหนังสติ๊กและโจมตีตำรวจ ตำรวจเพียงแค่ตอบโต้การโจมตีเท่านั้น
7 ตุลาทมิฬ
กับความชินชาของกลิ่นคาวเลือด
(หทัยรัตน์ พหลทัพ หนังสือพิมพ์มติชน)
เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังขืนใจประชาชนด้วยการใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมเพื่อเปิดทางให้สมาชิกรัฐสภาออกจากอาคารรัฐสภา ที่ฝ่ายหนึ่งถืออาวุธที่เรียกว่าปืนและกระสุนแก๊สน้ำตาที่มีอานุภาพร้ายแรง ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งมีไม้ หนังสติ๊ก ด้ามธง และบางส่วนก็มีปืนเป็นอาวุธ
7 ชั่วโมง
ม็อบล้อมสภา นายกฯ กลัว สื่อก็กลัว
(สกู๊ปหน้า 1 ไทยรัฐ ฉบับวันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม 2551)
ช่างภาพเล่าให้ฟังว่าเห็นตำรวจถูกยิงที่คอ แต่ก็เก็บภาพไม่ได้ว่าใครยิง ทิศทางกระสุนที่ตำรวจยิงมาจากฝั่งม็อบ ภาพข่าวที่เห็นทางทีวีช่องหนึ่งจับภาพผู้ประท้วง คนหนึ่ง วิ่งไปด้วย ยิงปืนไปด้วย...หันปากกระบอกมาทางเจ้าหน้าที่
ช่างภาพเล่าให้ฟังว่าเห็นตำรวจถูกยิงที่คอ แต่ก็เก็บภาพไม่ได้ว่าใครยิง ทิศทางกระสุนที่ตำรวจยิงมาจากฝั่งม็อบ ภาพข่าวที่เห็นทางทีวีช่องหนึ่งจับภาพผู้ประท้วง คนหนึ่ง วิ่งไปด้วย ยิงปืนไปด้วย...หันปากกระบอกมาทางเจ้าหน้าที่
รถที่เสียหายส่วนใหญ่เป็นรถตำรวจโดน ทุบกระจกพังยับ โดนปล่อยลมยาง 4 ล้อ
ผมเห็นเขาวิ่งหนี
(วุฒิ นกสกุล หนังสือพิมพ์เดลินิวส์)
การ์ดของพันธมิตรฯบ้างก็ห้ามพวกของตัวเองว่าอย่าทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูเหมือนไม่ได้ผล ไล่ชกต่อและตีเจ้าหน้าที่อย่างเมามันจนล้มลุกคลุกคลาน บางรายเดินเจาะยางรถยนต์ของเจ้าหน้าตำรวจทุกคันตลอดทางการผลักดันกว่า 15 คัน
ประมาณ 11.00 น. แกนนำประกาศให้การ์ดของพันธมิตรฯ เดินหน้าผลักดัน เจ้าหน้าที่ตำรวจหวังที่เดินเข้าไปปิดทางออก
การ์ดฯ บางคนใช้ไม้ ใช้เหล็ก หวดเข้าไปที่โล่กำบังของเจ้าหน้าที่ถึงกับแตก
การ์ดของพันธมิตรฯบ้างก็ห้ามพวกของตัวเองว่าอย่าทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูเหมือนไม่ได้ผล ไล่ชกต่อและตีเจ้าหน้าที่อย่างเมามันจนล้มลุกคลุกคลาน บางรายเดินเจาะยางรถยนต์ของเจ้าหน้าตำรวจทุกคันตลอดทางการผลักดันกว่า 15 คัน
กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯได้เข็นรถบรรทุกหกล้อ ปิดทางเข้าออกรัฐสภา พร้อมกับเจาะยางทุกล้อ
บันทึกความทรงจำ
(สมเมธ สมคะเน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)
ตำรวจที่หนีไม่ทันได้แต่นั่งยกมือไหว้อ้อนวอนร้องขอชีวิตอย่างน่าสงสาร พฤติกรรมที่ไร้มนุษยธรรมของกลุ่ม ผู้ชุมนุมที่มีป้ายการ์ดอาสาฯ คล้องคอหลายคนปิดกั้นไม่ยอมให้รถพยาบาลฉุกเฉินของ ร.พ. ตำรวจ นำ จ.ส.ต.ทวีป กลั่นเทียม ผบ. หมู่งานบังคับและปราบปราม สภ.อ. กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ที่ถูกกลุ่มพันธมิตรฯ แทงด้วยด้ามธงได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างการปะทะที่แยกอู่ทองในออกจากพื้นที่
เวลา 11.00 น. การ์ดอาสาพันธมิตรฯ ได้เริ่มโจมตีแนวสกัดกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยการขว้างก้อนหิน ขวดน้ำ และใช้ท่อนเหล็ก กับด้ามธงดัดแปลงเป็นปลายหอก ไล่ตีผลักดันออกจากถนนราชวิถี ทำให้ตำรวจที่มีอยู่ประมาณ 2 กองร้อยต้องถอยร่น ตำรวจที่หนีไม่ทันได้แต่นั่งยกมือไหว้อ้อนวอนร้องขอชีวิตอย่างน่าสงสาร
พฤติกรรมที่ไร้มนุษยธรรมของกลุ่ม ผู้ชุมนุมที่มีป้ายการ์ดอาสาฯ คล้องคอหลายคนปิดกั้นไม่ยอมให้รถพยาบาลฉุกเฉินของ ร.พ. ตำรวจ นำ จ.ส.ต.ทวีป กลั่นเทียม ผบ. หมู่งานบังคับและปราบปราม สภ.อ. กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ที่ถูกกลุ่มพันธมิตรฯ แทงด้วยด้ามธงได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างการปะทะที่แยกอู่ทองในออกจากพื้นที่
การ์ดอาสาพันธมิตรฯ อีกบางส่วนได้ปล่อยลมยางตำรวจ และรถพยาบาลทั้งหมดที่จอดอยู่บริเวณถนนพิชัยและถนนสุโขทัย รวมทั้งได้รื้อค้นทรัพย์สินในรถทั้งหมด และทำลายระบบสตาร์ตรถไม่ให้ใช้การได้
เวลา 16.15 น. ตำรวจปราบจลาจล ซึ่งมีอาวุธพร้อมทั้งกระสุนยาง ปืนยิงแก๊สน้ำตา ระเบิดแก๊สน้ำตา และหน้ากากป้องกันแก๊สน้ำตา ได้เริ่มต้นยิงแก๊สน้ำตาอย่างต่อเนื่องเข้าใส่ผู้ชุมนุมหลายสิบนัดบริเวณแยกการเรือน ทำให้ผู้ชุมนุมหลบหนีอย่างอลหม่านไปตามซอกซอยชุมชน สวนอ้อย ผู้ชุมนุมอีกบางส่วนได้ใช้เก้าอี้ ทุบกระจกอาคารพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ขึ้นไปหลบ บนอาคารและด้านหลังอาคาร ในอาการสั่นงันงก เนื่องจากกลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจทำลาย ขณะผู้ชุมนุมที่ห้อยป้ายการ์ดอาสาฯ บางคนได้ใช้ระเบิดขวดปาตอบโต้
การ์ดอาสาพันธมิตรฯ ที่เคยไล่ตีตำรวจอย่างกระหน่ำรุนแรงเมื่อเวลา 11.00 น. ต่างหลบหน้าหายตัวไปหมด
เหลือเพียงประชาชนผู้ร่วมชุมนุมทั่วไปต้องต่อสู่ป้องกันตัวตามลำพัง เนื่องจากเกรงจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้าย เห็นได้จากผู้ชุมนุมพยายามใช้ขวดน้ำ ก้อนอิฐ ก้อนหินเท่าที่หาได้เขวี้ยงใส่ตำรวจระหว่างวิ่งหนีแก๊สน้ำตา มีความพยายามใช้รถสิบล้อวิ่งจากแยกอู่ทองนอก เพื่อต้องการจะเข้าไปชนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก่อนจะถึงตัว เจ้าหน้าที่ประมาณ 100 เมตร ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาระดมเข้าใส่รถคันดังกล่าว ทำให้คนขับต้องกระโดดลงจาก รถเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยึดรถคันดังกล่าวขับออกไป
เริ่มมีการตอบโต้จากฝั่งของผู้ชุมนุมบ้าง ได้ใช้ก้อนอิฐตัวหนอนเขวี้ยงใส่และระดมยิงใส่หนังสติ๊ก โดยใช้นอตหัวตัดเป็นกระสุนเป็นระยะ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ระเบิดแก๊สน้ำตาเขวี้ยงสกัดการโจมตีของผู้ชุมนุม
การบุกตีโต้ของกลุ่มผู้ชุมนุมในถนนพิชัย ใช้อาวุธเป็นไม้หน้าสาม ด้ามธงติดปลายเหล็กแหลม ไล่ตีรันฟันแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างหนัก
ผมซึ่งติดอยู่ในวงล้อมตอนนั้นด้วยต้องโดนผู้ชุมนุมใช้ไม้หน้าสามฟาดเข้าที่ท้ายทอย โชคดีที่ยังไม่หนักมาก พร้อมตะโกนร้องบอกผู้ชุมนุม "ผมเป็นนักข่าว... อย่าตีผม" ถึงได้รอดออกมา
หลังภาพระทึก ชายเสื้อดำผู้ลั่นกระสุน
(ภานุมาศ สงวนวงษ์ ช่างภาพหนังสือพิมพ์มติชน)

แกนนำผู้ชุมนุมประกาศของให้ตำรวจหยุดยิง พร้อมร้องขอให้เจ้าหน้าที่พยาบาลเข้าไปดูแลนำคนเจ็บออกมาจากจุดปะทะ สถานการณ์นิ่งชั่วครู่ก็กลับมาวุ่นวายอีกครั้ง เพราะมีผู้ชุมนุมบางคนใช้หนังสติ๊กยิงเข้าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ความเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมก็เริ่มขึ้น แถวหน้าเริ่มเข้าลุย โดยใช้สองมือดันโล่และแถวตำรวจให้แตก ก่อนที่ท่อนไม้ เสาธง ขวดแก้วและอาวุธเฉพาะกิจสารพัดจะระดมเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีโล่และกระบอง ตำรวจถอยร่นออกไปทางถนนสุโขทัย ผู้ชุมนุมบางส่วนใช้ไม้วิ่งเข้าตีตำรวจที่กึ่งวิ่ง กึ่งเดิน รถของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกือบทุกคันที่จอดอยู่ริมถนนถูกปล่อยลมยางออกทั้งหมด
แกนนำผู้ชุมนุมประกาศของให้ตำรวจหยุดยิง พร้อมร้องขอให้เจ้าหน้าที่พยาบาลเข้าไปดูแลนำคนเจ็บออกมาจากจุดปะทะ สถานการณ์นิ่งชั่วครู่ก็กลับมาวุ่นวายอีกครั้ง เพราะมีผู้ชุมนุมบางคนใช้หนังสติ๊กยิงเข้าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
บทความ: การต่อสู้กับกลุ่มคนไม่ดี ต้องมุ่งมั่นสูง จัดตั้งดี และอดทนอดกลั้น
บทความโดย ใหญ่ บางซื่อ ที่มาจาก thaienews.
๖ มค.๒๕๕๒
บทความนี้ มีเจตนาจะสืบเนื่องจากบทความเรื่อง คุณธรรมไม่กลับ คนไทยจะหลับไม่ตื่น ซึ่งได้นำเผยแพร่เมื่อเดือนที่แล้ว ในบทความนั้น ได้แสดงให้เห็นว่า สังคมไทยกำลังถูกครอบงำของผู้มิอิทธิพลที่มีพฤติกรรมไร้คุณธรรม ในสภามีพรรคประชาธิปัตย์ทำทุกทางที่จะเป็นรัฐบาลให้ได้ และขณะที่เขียนบทความนี้ก็ได้เป็นสมใจแล้ว
นอกสภาก็มีพวกพันธมิตรฯทำทุกทางที่ทำให้ฝ่ายตรงกันข้ามกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะพรรคพลังประชาชนที่เป็นแกนนำเป็นรัฐบาลอยู่ ให้พ้นไป ไม่ว่าการกระทำนั้นจะมีข้อหาขบถ และก่อการร้ายนานาชาติ ก็ตาม และก็ทำสำเร็จถึงขั้นต้องยุบพรรคพลังประชาชน ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ทำการอันไร้จรรยาจนได้เป็นรัฐบาล
ผู้อยู่เบื้องหลังในความสำเร็จของการเข้าสู่อำนาจทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ คืออำมาตย์ใหญ่ที่สนับสนุนโดยอดีตข้าราชการ ข้าราชการ นักวิชาการ นักวิชาชีพ นายทุน นักการธนาคาร มิจฉาชีพ ฯลฯ เข้าไปคุมอำนาจอธิปไตยบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ และได้คุมอำนาจของทหาร ตำรวจ จนทำคนไม่ดีได้ขึ้นไปเป็นใหญ่ และหาประโยชน์ทั้งโดยชอบและมิชอบ เป็นอันตรายใหญ่หลวงต่อสังคมไทย
คนกลุ่มนี้ หลายท่านเรียกว่า เป็นพวกทุนเก่า ที่มีอดีตข้าราชการ และข้าราชการเป็นแกนนำ ทำมาหากินอยู่กับการแต่งตั้งพรรคพวกเข้าไปในตำแหน่งสำคัญในราชการ และรัฐวิสาหกิจ การฉ้อราชบังหลวงจากการจัดซื้อ จัดจ้าง การกินสินบนจากสัมปทานต่างๆ การหากินกับภาคเอกชนด้วยการลดมาตรฐาน ด้วยการทำกิจกรรมทุจริต แล้วผลักภาระการเงิน และภัยให้คนส่วนใหญ่ ฯลฯ
ผลของการกระทำของคนกลุ่มนี้ ทำให้เกิดความอ่อนแอในการบริหารจัดการทั้งภาครัฐและเอกชน ประชาชนชนส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อน ประเทศไม่สามารถอยู่ในโลกของการแข่งขันได้อย่างปลอดภัย และมีศักดิ์ศรี
ที่น่าเป็นห่วงอย่างที่สุดก็คือ คนกลุ่มนี้ไม่น้อยเลยที่เข้าไปแอบแฝงพระราชอำนาจหากินผ่านสำนักพระราชวัง ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ราชพัสดุ จนเป็นที่ระคายเคืองเบื้องยุคลบาทจนหลายท่านเห็นว่าเป็นการบ่อนทำลายสถาบันอย่างชัดเจน
โดยสรุปก็คือ ประเทศไทยกำลังอยู่ในอันตรายโดยคนกลุ่มหนึ่งที่แอบใช้อำนาจอธิปไตยแทนพระมหากษัตริย์โดยไม่สนใจประชาชนไทยหมู่มาก มุ่งประโยชน์ตน เพื่อความเป็นใหญ่แห่งตน โดยยอมทำการอันไม่ชอบอย่างทุกอย่างเพื่อความเป็นใหญ่ ได้ครองอำนาจ
เรายอมไม่ได้ที่จะปล่อยให้สถานการณ์ ทุนเก่า เผด็จการ กลุ่มคนไม่ดีครองเมือง เราต้องการระบอบประชาธิปไตยที่มีการยอมรับความมีสิทธิเท่าเทีอมกันของประชาชนทุกผู้ทุกนาม โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข(ไม่ใช่พวกมาแบบใช้อำนาจอยู่ขณะนี้)
ความต้องการนี้จะไม่มีทางสำเร็จถ้าไม่มีความมุ่งมั่นสูง การจัดตั้งที่ดี และมีความอดทนอดกลั้นสูง เพราะการจะจัดการให้คนกลุ่มนี้พ้นจากอำนาจ เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้กำลังจัดการได้อย่างรวดเร็ว เพราะเขามีประโยชน์และมีการจัดตั้งกันมาเป็นเวลานาน
ที่สำคัญจะต้องคิดว่า การดำเนินการครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อการต่อสู้เพื่อให้คนกลุ่มนี้พ้นจากอำนาจไปเท่านั้น จะต้องพิจารณาไปถึงว่า เมื่อประชาธิปไตยกลับมาแล้ว เราจะทำอย่างไรที่ทำให้ประเทศไทยมีธรรมาภิบาลที่ก้าวหน้าอย่างมั่นคงอีกด้วย
เพื่อบรรลุผลดังกล่าว ขอนำเสนอแนวทางของแผนระยะสั้น แผนระยะกลาง และแผนระยะยาว ดังนี้
แผนระยะสั้น ภายในปี ๒๕๕๒
พรรคเพื่อไทยควรเป็นแกนในการดำเนินการดังนี้
๑. ต้องรีบจัดการพรรคให้มีความเข้มแข็งโดยเร็ว ควรใช้แนวคิดเรื่องการทำให้พรรคเป็นสถาบันที่มีการบริหารจัดการที่เข้มแข็งโดยเร็วโดยประโยชน์จากนักประชาธิปไตยที่สวมเสื้อสีแดงสร้างเครือข่ายไปจนถึงระดับหมู่บ้าน พร้อมสร้างระบบการสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ การฝึกอบรม เพื่อสร้างแรงสนับสนุนที่เข้มแข็ง
๒. ต้องจัดระบบข้อมูลข่าวสารที่มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ โดยเร็ว เพื่อการรู้เขา และรู้เราเพื่อดำเนินการ ดังนี้
• เร่งรัดให้มีการเอาผิดทั้งอาญาและแพ่งแก่กลุ่มพันธมิตรโดยเร็ว
• ตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษไม่ให้รัฐบาลเอางบประมาณไปช่วยกลุ่มพันธมิตรฯไม่ว่ากรณีใดๆ
• ติดตามอย่างเข้มงวดจากต้นทางจนถึงปลายทางในการใช้เงิน ไม่ให้มีการทุจริตคดโกงได้ในหมู่นักการเมือง ข้าราชการ และภาคเอกชนที่ขาดคุณธรรม
• ป้องกันอย่าให้รัฐบาลนี้กู้เงินจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจาก imf เพราะเป็นการทำลายความน่าเชื่อถืออย่างร้ายแรงอย่างที่พรรคนี้ได้เคยทำมาแล้ว ทั้งยังเป็นช่องทางที่ทำให้กลุ่มคนที่ไร้ยางอายกลุ่มนื้ฉ้อโกงเงินกู้ได้อีกด้วย
๓. ต้องวางกลยุทธ์เฉพาะหน้าอย่างเรียงลำดับให้ถูกต้อง เกี่ยวกับ การทำให้พรรคประชาธิปัตย์พ้นหน้าที่โดยเร็ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการยุบสภา การเรียงลำดับผิดอาจอยู่ในฐานะเพรี่ยงพร้ำได้
๔. แสดงให้ชัดเจนถึงความยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
๕. ต้องเตรียมการเรื่องการเลือกตั้งอย่างรอบคอบ สามารถต่อต้านกลโกงต่างๆได้ และใช้ประโยชน์จากบารมีของฯพณฯทักษิณ ชินวัตร ให้เป็นและต้องเข้าไปใช้อำนาจรัฐให้ได้
แผนระยะกลาง ระหว่าง ปลายปี ๒๕๕๒ – ๒๕๕๖
เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ไม่ง่าย เพราะแหล่งอำนาจของกลุ่มคนไม่ดี การต่อสู้จึงต้องเน้นข้อ ๕ ของแผนระยะสั้น แล้วในช่วงนี้ เมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้ว ควร
๑. ใช้นโยบายซ่อมบางส่วน และเน้นการสร้างตามที่ฯพณฯทักษิณ ชินวัตร ได้วางไว้ และควรเป็นระยะสร้างคน(ลงทุนทางการศึกษาให้เกินร้อยละ ๕ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมฯ) ที่มีคุณภาพทำงานเป็นทำงานเก่ง มีวัฒนธรรมประชาธิปไตย มีจิตใจตื่นอยู่เสมอ สร้างความรู้(วิจัยสร้างองค์ความรู้เองทั้งด้านสังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ที่เป็นที่พึ่งของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้อย่างแท้จริง –แทนการซื้อหรือนำเข้า) และ สร้างงาน กระจายงานให้เต็มที่
๒. สร้างความเข้มแข็งของพรรคการเมือง อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เป็นสถาบันที่ไว้ใจให้ดูแลประเทศไทยในระยะยาว เช่นประเทศเจริญแล้ว
๓. เริ่มยกเครื่องการบริหารจัดการประเทศทำให้ระบบราชการ รัฐวิสาหกิจ เป็นระบบคุณภาพปลอดจากการฉ้อราษฎร์บังหลวง มีธรรมาภิบาล ทั้งมีระบบสารสนเทศที่ดี ตรวจสอบได้ และอาจมีความจำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้องช่วยในหน่วยงานส่วนพระองค์ให้ปลอดจากพวกแอบแฝงพระราชอำนาจหาประโยชน์ส่วนตัว และแอบบ่อนทำลายพระราชอำนาจอย่างทุกวันนี้
๔. ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ได้ในระยะนี้
แผนระยะยาว ปี ๒๕๕๖ เป็นต้นไป
ระยะนี้ เชื่อว่าพวกคนไม่ดีจะอ่อนแรงลง หรือ กลับมามีสำนึกที่ถูกต้อง เริ่มมีคุณธรรมมากขึ้น จึงควรเป็นยุคเริ่มต้นที่ชัดเจนที่สังคมไทย เป็นสังคมของคนมีคุณธรรม และวัฒนธรรมประชาธิปไตยชัดเจน ขึ้น หมายถึง ความเป็นประเทศเจริญแล้วฉายแววชัดเจน พร้อมเป็นสังคมที่ทุกคนมีความสุขทั่วหน้า รัฐบาลควรดำเนินการดังนี้
๑. พัฒนาการบริหารจัดการพรรคการเมืองให้ก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ สู่ความเป็นเลิศ
๒. ลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และองค์ความรู้ ให้สามารถเป็นผู้นำทางภูมิปัญญาสมกับเป็นสังคมพุทธอย่างแท้จริง
๓. ปฏิรูประบบบริหารจัดการประเทศให้สมบูรณ์ เป็นธรรมาภิบาลเต็มที่ สามารถอยู่ในสังคมโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี
ทั้งหมดนี้เป็นข้อเสนอเพื่อการเอาชนะกลุ่มคนไม่ดีอย่างสันติ จึงต้องการความมุ่งมั่นในจิตใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้นำทั้งในและนอกพรรคเพื่อไทย หรือแม้พรรคอื่นๆที่มีใจเป็นธรรม และกลุ่มชาวเสื้อแดง พร้อมต้องมีการจัดตังองค์กรที่มีความเข้มแข็งมีธรรมาภิบาล รวมทั้งทุกคนที่กล่าวมาจะต้องมีความอดทนอดกลั้นทำหน้าที่ไม่สำเร็จไม่เลิก เช่นนี้ สังคมไทย จะพ้นมือมารก้าวหน้าสู่ความรุ่งโรจน์ของปวงชนชาวไทย ได้อย่างแท้จริง ต่อไป.
บทความ: คุณธรรมไม่กลับ คนไทยจะหลับไม่ตื่น
โดย ใหญ่ บางซื่อ ที่มาจาก ไทยอีนิวส์.
๑๘ ธ.ค. ๒๕๕๑
ความสับสนเรื่องคุณธรรม กำลังสร้างความขัดแย้ง ความอ่อนแอให้เกิดขึ้นในสังคมไทย จนน่ากลัวอันตราย
กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าพันธมิตรฯที่แกนนำเป็นคนมีความน่าเชื่อถือต่ำ แต่มีวาทะเป็นอาวุธผ่านทางตรงและผ่านสื่อ เที่ยวละลานทุกคนที่ขัดใจ ทั้งก้าวไกลไปยึดที่สาธารณะ สร้างความเดือนร้อนไปทั่วจนถูกข้อหาขบถ และก่อการร้าย แต่คนจำนวนมากว่าเป็นการทำดีทำถูก คนกลุ่มนี้อธิบายว่าที่ทำเช่นนั้นต้องการให้รัฐบาลที่มาตามรัฐธรรมนูญต้องออกไป เพราะเป็นพวกอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งคือ ฯพณฯทักษิณ ที่ถูกกล่าวหาว่าทำไม่ดี และต้องการพรรคพวกตัวเอง คือ พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลแทน
เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งตามกฎหมาย ไปจัดการกับผู้ทำความเดือดร้อนดังกล่าว ต้องถูกกล่าวหาว่าทำความผิดจนไม่สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้
พฤติการณ์ศาลเตี้ยผิดกฎหมายที่คนกลุ่มนี้ทำ และยังลอยนวลอยู่ได้ เพราะมีมือที่มองไม่เห็นให้การคุ้มครอง นัยว่าให้เป็นแนวร่วมนอกสภาฯช่วยกันทำให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลให้ได้ จนหลายคนเรียกว่าเป็นการปฏิวัติเงียบสืบเนื่องจากการปฏิวัติเมื่อวันที่ ๑๙ กย. ๒๕๔๙
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ความวิปริตทางคุณธรรมนี้จึงเป็นการกระทำของกลุ่มเผด็จการไร้คุณธรรมดำเนินการเพื่อให้ได้อำนาจรัฐที่เป็นอันตรายที่สุด ถ้าเหตุการณ์นี้ไม่มีการแก้ไข ไม่มีการนำผู้ผิดมาลงโทษ จะไม่ทราบว่าจะสอนคุณธรรมกันอย่างไร สังคมไทยจะอยู่ได้อย่างไร ยากจะเดา
ไม่คาดคิดว่าคนไทยนับถือพุทธศาสนาอยู่กว่าร้อยละเก้าสิบ จะเข้าไม่ถึงหลักธรรมกันได้มากถึงเพียงนี้ ไม่รู้ หรือไม่เคยถูกฝึกฝนกันบ้างหรืออย่างไร จึงได้หลงผิดกันถึงเพียงนี้
พระพุทธเจ้าได้สอนคุณธรรมให้ชาวโลกมากว่าสองพันห้าร้อยห้าสิบปี ท่านสอนเรื่องอนัตตา อย่าถือตนเป็นไปใญ่ อย่าเห็นแก่ตัว ด้วยการสละความเป็นเจ้าชายออกบวชสละความเป็นตัวตนแสดงให้เห็นความเท่าเทียมกันของมนุษย์
ทรงบัญญัติศีลขึ้นเพื่อให้มนุษย์เคารพซึ่งกันและกัน ไม่ทำร้ายกัน ทำให้มนุษย์เห็นคุณค่าในการเท่าเทียมกันของมนุษย์
ทรงมีปัจฉิมโอวาทให้สาวกทำประโยชน์แก่คนหมู่มาก เพื่อทำให้ทุกคนคิดถึงคนอื่น ประโยชน์ของคนอื่นหรือส่วนรวมมากกว่าของตัวเอง ทรงบัญญัติธรรม เพื่อให้มนุษย์ไม่เห็นแก่ตัว ทำความดีด้วยการทำประโยชน์ต่อผู้อื่น หรือ ต่อส่วนรวม
บัญญัติของพระพุทธเจ้า ได้กลายเป็นปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ เพื่อที่มนุษย์โลกจะได้อยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข
ทั้งบัญญัติของพระองค์ยังได้กลายเป็นหลักพื้นฐานของมาตรวัดคุณธรรมของนักวิชาการทางสังคมศาสตร์เป็นจำนวนมากทั้งไทยและเทศ
คุณธรรมดังกล่าวนี้ เป็นรากฐานสำคัญสำหรับทุกคน เพื่อให้มีการดำเนินชีวิต และการทำการงาน การทำหน้าที่ได้อย่างเที่ยงตรง เป็นสัมมาชีพ (หากต้องการให้มีคุณธรรม ควรสร้างประโยชน์แก่คนหมู่มาก) ไม่ให้ประกอบมิจฉาชีพอย่างที่ปรากฎดาษดื่นอยู่ทุกวันนี้
จึงเป็นเรื่องที่น่าอับอายเป็นที่สุดที่สังคมไทยอันได้ชื่อว่าเป็นสังคมพุทธ ได้มีความวิปริตทางคุณธรรมโดยเฉพาะในบุคคลชั้นนำ ที่ไม่เข้าใจ ไม่ปฏิบัติตามธรรมะของพุทธองค์มากมายเช่นนี้
ไม่เพียงกลุ่มพันธมิตรฯ และผู้คุ้มครองอยู่ข้างหลังเท่านั้น แต่ยังมีแนวร่วมอีกหลายกลุ่มที่มีพฤติการด้อยหรือไร้คุณธรรม ดังตัวอย่างต่อไปนี้
แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จำนวนหนึ่งเสนอรัฐบาลฯณฯนายกทักษิณ ให้ทำระบบประกันสุขภาพในแบบของรัฐสวัสดิการเฉกเช่นอาระประเทศทั้งหลายในรูปของสามสิบบาทรักษาทุกโรค เมื่อทำได้ผลจนประชาชนมีความสุขกันทั่วหน้า แต่ทำให้รายได้ของแพทย์ และบุคลากรฯลดลง ถ้าแพทย์และบุคลากรฯกลุ่มใดโกรธรัฐบาลด้วยเหตุนี้ แล้วเข้าไปหนุนพันธมิตร แสดงว่าคนกลุ่มนี้คิดได้แต่ประโยชน์ตน ไม่สนใจประโยชน์ของคนหมู่มาก ถือเป็นกลุ่มด้อยหรือไร้คุณธรรม
เมื่อรัฐบาลจัดโครงการกองทุนหมู่บ้าน เพื่อช่วยให้ผู้ยากไร้ได้เข้าถึงทุนสำหรับทำให้กิจการเริ่มได้ อยู่ได้ และก้าวหน้า มีผลทำให้เกิดผู้เสียผลประโยชน์ เช่น นายทุนเงินกู้ ธนาคาร หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ถ้าบุคคลกลุ่มนี้บางคน ไม่พอใจที่เสียผลประโยชน์ตนด้วยเหตุนี้ แสดงว่าเห็นแก่ตัว ไม่คิดถึงประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ที่ด้อยโอกาสว่า และให้การสนับสนุนพันธมิตรฯ แสดงว่าเป็น ผู้ด้อยหรือไร้คุณธรรม
รัฐบาลจัดทำโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์หรือOTOP เพื่อสอนให้ชุมชนผลิตสินค้ามีคุณภาพ และการจัดการคุณภาพเพื่อพัฒนาอย่างมั่นคงให้กิจการ ไม่เป็นตุ๊กตาล้มลุก สร้างสูญเสียเหมือนแต่ก่อน ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ลืมตาอ้าปากได้
ถ้านักธุรกิจ หรือ นายทุนเก่าบางคน ไม่พอใจเพราะเสียผลประโยชน์ตนเพราะการนี้ แสดงว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว คิดแต่ประโยชน์ตนเท่านั้น ไม่คิดถึงคนหมู่มาก และสนับสนุนพันธมิตรฯ ย่อมเป็นคนด้อยหรือไร้คุณธรรม
รัฐบาลแก้ปัญหาเรื่องราคายาง ได้สำเร็จ ทำให้ผู้ปลูกยางลืมตาอ้าปากได้ ทำให้นายทุน นักธุรกิจ และนักการเมืองจำนวนหนึ่งที่หากินบนหลังชาวสวนยางมาเป็นเวลานาน ไม่พอใจ แสดงยืนยันความเห็นแก่ตัวชัดเจนมากขึ้น และหนุนพันธมิตรฯ ไม่สงสัยว่าเป็นผู้ไร้คุณธรรม
รัฐบาลได้ปราบปรามยาเสพติดจริงจัง และได้ผล ทำให้ประชาชน ครอบครัวมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพซึ่งทราบว่าโจรในเครื่องแบบจำนวนหนึ่งเป็นหัวโจก ทั้งมีอำมาตย์หนุนหลัง ไม่พอใจ ย่อมเป็นการยืนยันความเป็นคนเห็นแก่ตัว และหนุนพันธมิตร ไม่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ไร้คุณธรรม
โดยสรุป จะเห็นได้ว่า รัฐบาลฯพณฯทักษิณ ได้แก้ปัญหาและพัฒนาชาวรากหญ้า
- ให้พ้นภัยยาเสพติดและภัยเกี่ยวเนื่อง
- ให้พ้นการเจ็บไข้ได้ป่วย
- ให้พ้นความไม่รู้ด้วยการเรียนรู้จากการทำงานจริง และ
- ให้พ้นความยากจน จนทำให้ชาวรากหญ้ามีความเข้มแข็ง เป็นรากแก้วขึ้นอย่างชัดเจน
ทั้งหมดนี้ ทำใหได้ใจของชาวรากหญ้าเลือกพรรคไทยรักไทยอย่างท่วมท้น และผูกพันจนถึงทุกวันนี้ แต่ถูกพวกวิปริตทางธรรมให้ร้ายว่า ขาดคุณธรรม(ไม่ทราบว่าถึงยุคถิ่นกาขาว-คนชั่วหาว่าเป็นคนดี คนดีหาว่าเป็นคนเลว ตามคำทำนายของสมเด็จพระพุทธาจารย์โต หรือไม่ จะถึงคราวหายนะ หรือไม่)
สำหรับตัวอย่างในการดำเนินงานทั่วไป นอกเหนือจากเพื่อประโยชน์ชาวรากหญ้า ของรัฐบาลฯพณฯทักษิณที่เป้าหมายของการให้ร้าย เช่น รัฐบาลทำหวยบนดินเพื่อแก้ปัญหาล๊อตเตอรีขายเกินราคาไปพร้อมกับปราบกลุ่มหวยเถื่อน ซึ่งทราบว่าโจรในเครื่องแบบมีเอี่ยวเป็นส่วนใหญ่ให้หมดไป ทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มจากความเขลา และความบันเทิงจนสามารถนำไปสนับการศึกษาและกิจการอื่นๆเพื่อทำให้คนฉลาดขึ้น
แม้จะเป็นแนวทางที่นานาอารยะประเทศทำกันได้ผลโดยทั่วไป แต่ทำให้มิจฉาชีพหวยใต้ดินจำนวนหนึ่งหรือทั้งหมดไม่พอใจ เพราะไปขัดผลประโยชน์ส่วนตัวซึ่งมีความเห็นแก่ตัวเป็นทุนเดิมทำผิดกฎหมายอยู่แล้ว เห็นแก่ตัวมากขึ้นด้วยการสนับสนุนพันธมิตรฯ
นักวิชาการด้อยคุณภาพจำนวนหนึ่งที่รู้ไม่จริง เข้าไม่ถึงความรู้ที่ปฏิบัติได้ แต่ต้องการมีอำนาจ ต้องการผลประโยชน์ และมีอุดมการณ์แอบแฝง ขาดจรรยาวิชาชีพ เมื่อรัฐบาลที่ทำประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่ไม่เชื่อ ไม่เรียกใช้ หรือ ขัดผลประโยชน์ จึงไม่ชอบ ได้ช่วยกันใส่ร้ายต่างๆนานา และเข้าไปสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรฯ ถือว่าเป็นผู้ขาดคุณธรรม
ข้าราชการ และนักวิสาหกิจจำนวนหนึ่ง ขาดวิจารณญาน ขาดโยนิโสมนัสสิการ เห็นแก่หมู่พวก กตัญญูต่อคนไม่ดีที่ให้ประโยชน์ส่วนตัว หลายคนทุจริตคดโกงกันยาวนาน แต่ได้รับผลกระทบกับการบริหารคุณภาพของฯพณฯทักษิณ ทุจริตยากขึ้น จงไม่พอใจ และให้การสนับสนุนพันธมิตรฯ คนกลุ่มนี้น่าละอายที่สุดที่คดโกงกันมานานแต่ไม่รู้สำนึก ไร้คุณธรรม และมีไม่น้อยที่หนุนพันธมิตรฯ
นักธุรกิจ นายทุนขุนศึกเก่าจำนวนหนึ่ง ที่หากินจากอภิสิทธิ์การประมูล และสัมปทาน ร่ำรวยกันเป็นเวลานาน แต่มีผลกระทบจากความคิดในการบริหารแนวใหม่ที่ให้ความเป็นธรรมกับผู้มีความสามารถมากขึ้น ทำให้เสียผลประโยชน์ส่วนตัว เป็นผู้ไร้คุณธรรม และจำนวนไม่น้อยหนุนกลุ่มพันธมิตรฯ
ขุนทหารจำนวนหนึ่ง ไม่รู้จักหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยจากข้าศึกภายนอก กลับเข้ามายึดอำนาจการปกครองที่อำนาจสูงสุดอยู่ที่ประชาชนซึ่งเป็นนายเสียเอง เป็นการกระทำที่ขัดกับวินัยของทหารและผิดหน้าที่อย่างร้ายแรงและอัปยศทึ่สุด ข้อหาการกระทำต้องโทษประหารชีวิต ถือเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัวและพวกพ้อง โดยเฉพาะเมื่อทำกับฯพณฯทักษิณ ที่ทำผลงานมหาศาลให้กับประเทศ ทั้งมีหลายคนสนับพันธมิตรฯด้วย ถือเป็นกลุ่มที่ไร้คุณธรรม
สื่อสารมวลชนไร้จรรยาบรรณจำนวนมาก เข้าไปมีผลประโยชน์ทางธุรกิจและการเมือง เข้าไปสนับสนุนพันธมิตรฯและกลุ่มผลประโยชน์ที่ไม่ชอบธรรมหลายกลุ่มที่กล่าวมา สร้างสับสนวุ่นวายด้วยการเสี้ยมบุคคลหรือกลุ่มบุคคลให้ขัดแย้งกัน และมุ่งให้ร้าย ทำลาย ฯพณฯทักษิณ อย่างน่าละอาย เป็นกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องคุณธรรมมาก เพราะเห็นแต่ประโยชน์ของตนเอง และพวกพ้อง สังคมส่วนใหญ่เลวร้ายอย่างไรไม่สนใจ ขอให้พวกตนเองได้ประโยชน์เป็นพอ
ยังมีอีกหลายกลุ่มที่มีความวิปริตและให้ความช่วยเหลือกลุ่มพันธมิตรฯ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ
พรรคประชาธิปัตย์ที่หลังยุคฯพณฯเสนีย์ ปราโมช แล้ว ตกต่ำมาตลอด เพราะสมาชิกจำนวนมากมีประวัติทุจริตคิดมิชอบ ไม่ว่าจะเรื่องทุจริตการเลือกตั้ง ไม่ศรัทธาประชาธิปไตยชอบเชิญคนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรีจนมีผลประโยชน์ตอบแทนกัน การทุจริตเรื่องที่ดิน เรื่องถมดิน เรื่องยางพารา ฯลฯ
แต่ที่ร้ายแรงเมื่อเอาประเทศไปจำนองเพื่อกู้เงินIMFซึ่งบังคับให้ต้องออกกฎหมายหลายฉบับเพื่อปรับและรอนสิทธิ์คนไทยหลายประการ และการทุจริตกรณี ปรส.ไม่น้อยกว่าหกแสนล้านบาททำให้เกิดประโยชน์ร่วมกับหลายฝ่ายที่กล่าวมาแล้ว
เมื่อแพ้เลือกตั้งแก่พรรคไทยรักไทย แม้ไทยรักไทยทำงานได้ผลดี แต่พรรคประชาธิปัตย์คัดค้านทุกกรณี หยามว่าทำให้ไม่ได้ สามสิบบาทไม่ใช่รักษาทุกโรค แต่ตายทุกโรค
ครั้นเมื่อทำได้ผล กลับกล่าวหาเป็นนโยบายประชานิยม ไม่พอเพียง(ชี้นำไปในทางไม่จงรักษ์ภักดี) และเป็นการซื้อเสียง และเมื่อมีการยุบสภาฯได้เชิญชวนให้ทหารมาทำการปฏิวัติจนกลายเป็นพวกเดียวกันกับทหารบางคนบางกลุ่ม
หลังมีรัฐธรรมนูญฯปี ๒๕๕๐ มีการเลือกตั้งแข่งกับหลายพรรค ร่วมทั้งพรรค พลังประชาชนที่ตั้งขึ้นหลังพรรคไทยรักไทยถูกยุบ พรรคประชาธิปัตย์ได้ลอกนโยบายประชานิยมไปหาเสียง ทั้งๆที่เคยประนามเขามาก่อน แต่ก็แพ้เลือกตั้งทั้งๆที่มีทหารนอกแถวช่วยเหลือ
และเมื่อแพ้เลือกตั้งแก่พรรคพลังประชาชน ได้ทำทุกทางที่รัฐธรรมนุญให้อำนาจ และนอกอำนาจโดยเฉพาะพวกพันธมิตรฯ(ถือเป็นยอดภูมิเข้าน้ำแข็งที่อยู่เหนือน้ำของกลุ่ม)ที่กลุ่มที่กล่าวมาให้การสนับสนุน
พรรคประชาธิปัตย์ที่:-
- มีการคุ้มครองโดยผู้มีบารมีที่แอบอิงพระราชอำนาจมาหาประโยชน์ให้พรรคพวกตัวเอง(ไร้คุณธรรม)
- มีการช่วยเหลือจากเจ้านายชั้นสูงที่หลงผิดและถูกข่มขู่จนต้องกระทำมิชอบ
- มีการสร้างความชอบธรรมด้วยตุลาการไร้จรรยาวิชาชีพ
- มีการวางแผนทำลายล้างโดยอดีตข้าราชการ และเอกชนจำนวนหนึ่ง
จนทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อใช้อำนาจรัฐในกรอบงบประมาณ ประมาณ สองล้านล้านบาท ในการประชุมสภาฯเมื่อวันจันทร์ที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๑ที่ผ่านมา
ทั้งหมดนี้ เป็นกระบวนการนอกกฎหมาย ไร้คุณธรรมอย่างชัดเจนเพื่อให้ได้อำนาจรัฐที่ยากอย่างที่สุดที่ไว้วางใจได้ เพราะบุคคลและกลุ่มบุคคลที่กล่าวมา คิดแค่ประโยชน์ตน และพวกตนเท่านั้น ไม่เคยนึกถึงคนส่วนใหญ่ของประเทศ การกระทำของเขากับประเทศไทย เท่ากับเผาป่าเพื่อจับหมาตัวเดียว บ้านเมืองจะพินาศฉิบหาย อัปยศเพียงไร ไม่สนใจ ขอเพียงให้ได้อำนาจรัฐทั้งที่มีเสียงน้อยกว่ามาก
ทราบว่าครั้งหลังสุดพรรคประชาธิปัตย์และพรรคพวก ต้องทุ่มสุดตัวเพื่อเป็นรัฐบาลใช้อำนาจรัฐให้ได้ เพราะการกระทำของพรรคพวกของตนคือพันธมิตรฯ ไม่เพียงต้องข้อหาอาญาขบถ และ ก่อการร้าย เท่านั้น หากแต่การเข้าไปยึดสร้างความเสียหายให้กับทำเนียบรัฐบาล และสนามบินทั้งสองแห่ง(อาจรวมสนามบินอื่นๆที่เคยไปปิด)กำลังถึงฟ้องแพ่งเรียกค่าเสี่ยหายในวงเงินมหาศาล ทั้งจากภาครัฐและเอกชน และจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ อีกด้วย
หากไม่ได้เป็นรัฐบาล แกนนำพันธมิตรฯ ไม่เพียงต้องโทษหนักเท่านั้น หากแต่ต้องล้มละลายด้วยค่าปรับมหาศาลนี้ ถ้าได้เป็นรัฐบาลแล้วจะสามารถ
- คุ้มครองพรรคพวกดังกล่าวในคดีอาญา
- เอาเงินงบประมาณที่มาจากภาษีอากรของราษฎร์ไปใช้ค่าเสียหายกับพรรคพวก และหากไม่พอ อาจต้องกู้จากต่างประเทศให้เป็นภาระแก่ประชาชน ไม่มีที่สิ้นสุด
จากชื่อเรื่องที่ตั้งไว้ คุณธรรมไม่กลับ คนไทยจะหลับไม่ตื่น เดิมมีความหวังว่าคุณธรรมจะกลับมาง่ายเพราะมีความชอบธรรมในการใช้อำนาจรัฐ และคนส่วนใหญ่ยังมีคุณธรรม คนไทยจะรอดจากหายนะได้
แต่ครั้งนี้ความกังวลมีเพิ่มขึ้นสูงยิ่ง เพราะรัฐบาลอภิสิทธิ์ เป็นรัฐที่ไม่รู้จักคุณธรรม แต่สามารถใข้อำนาจรัฐในวงเงินมหาศาลดังกล่าวแล้ว เข้าทำนองมีอำนาจสูงสุด จะโกงได้มากที่สุดบทเรียนในอดีตเรื่องปรส.ยังหลอกหลอนไม่ทันจบ กลับได้โอกาสสร้างความอัปยศอีกเสียแล้ว
รัฐบาลนี้มีความน่ากลัวมาก ไม่สนใจเสียงข้างมาก เป็นพวกอำนาจนิยม ทำงานไม่เป็นไม่สามารถสร้างคุณค่าจนได้รับความนิยมได้เสียงข้างมาก คนกลุ่มถือว่าเป็นพวกมารเผด็จการ ที่มีการจัดตั้งเป็นระบบมาก โดย
- อาศัยความไม่อายที่จะทำผิดต่อคนหมู่มากเป็นที่ตั้ง มีพรรคประชาธิปัตย์ทำงานในสภาฯ และหาทางเข้าใช้อำนาจรัฐ
- มีพันธมิตรฯทำตัวเป็นอันธพาลนอกสภาฯทำผิดกฎหมายอย่างไรก็มีมือที่มองไม่เห็น(ที่แอบสร้างอิทธิพลคุมอำนาจอธิปไตยทั้งสามอำนาจ)
- อาศัยทหารนอกแถวคอยคุมด้านกำลัง
- อาศัยกลุ่มบุคคลที่กล่าวมาให้การสนับสนุนทั้งทางทุนทรัพย์ กำลังกาย และปัญญา
- เป้าหมายต้องคุมอำนาจรัฐให้ได้ และทำได้แล้ว
เพื่อคลายความกังวล และป้องกันคนไทยหลับไม่ตื่น จึงเชิญชวนผู้มีใจเป็นธรรม และมีคุณธรรม ช่วยกันดังนี้
- พรรคและประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย ต้องตระหนักว่ากำลังต่อสู้กับมารกลุ่มใหญ่มาก ทั้งมีการจัดตั้งที่ดี ไม่ง่ายที่จะเอาชนะ จึงต้องเรียนรู้ และมีการจัดตั้งที่ดีในทำนองเดียวกัน จึงจะมีความหวัง
- เมื่อจัดตั้งดีแล้ว จะต้องวางแผน และดำเนินการตามแผนอย่างมุ่งมั่น และไม่แตกแถว
- จากนั้นให้ทำทุกทางให้รัฐบาลอภิสิทธิ์มีอายุสั้นที่สุด ยิ่งอยู่นาน ยิ่งจะพาเราหายนะ เพราะรัฐบาลนี้ เป็นรัฐบาลที่ได้มาจากการขบถ ก่อการร้าย ไร้คุณธรรม คิดและทำงานไม่เป็น ได้แต่ลอกนโยบายประชานิยมที่ตนเองเคยประนามมาทั้งหมดอย่างไม่ละอาย เป็นยุคของทรราชครองเมือง โดยแท้
- ต้องช่วยกันเร่งรัดให้มีการเอาผิดทั้งอาญาและแพ่งแก่กลุ่มพันธมิตรโดยเร็ว
- ต้องช่วยกันตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษไม่ให้รัฐบาลเอางบประมาณไปช่วยกลุ่มพันธมิตรฯไม่ว่ากรณีใดๆ
- ต้องช่วยกันติดตามอย่างเข้มงวดจากต้นทางจนถึงปลายทางในการใช้เงิน ไม่ให้มีการทุจริตคดโกงได้ในหมู่นักการเมือง ข้าราชการ และภาคเอกชนที่ขาดคุณธรรม
- ต้องช่วยกันเชิดชูคนดีให้ได้เป็นใหญ่ หรือกลับมาเป็นใหญ่ และกันอย่าให้คนไม่ดี คนไร้คุณธรรม อย่าให้เป็นใหญ่ได้ ทำให้ได้ตามพระราชดำรัส
- ต้องช่วยกันในทุกทางในการสร้างความเป็นธรรมในสังคม ทำให้สังคมปฏิบัติต่อกันด้วยมาตรฐานเดียวกัน
- ต้องเสริมกำลังใจให้ทุกคนไม่ท้อถอย จึงยึดมั่นในคุณงามความดี มีคุณธรรม ทำสัมมาชีพ โดยเฉพาะข้าราชการขอให้ทำในหน้าที่ ไม่ทำในสิ่งไม่ใช่หน้าที่
- ต้องช่วยกันภวนาให้ผู้ที่หลงผิดได้ใช้ปัญญา กลับตัวให้ได้ และทำให้คนไทยมีพวกเดียว คือผู้มีคุณธรรม ผู้ที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ผู้ผิดกฎหมายจะต้องถูกรอนสิทธิ์ ไม่ใช่อภิสิทธิ์
ถ้าทำได้ คุณธรรมจะกลับมา และคนไทยจะหลับและตื่นอย่างเป็นสุข สมกับเป็นสังคมชาวพุทธอย่างแท้จริงได้ ต่อไป.
วันพุธ, มกราคม 07, 2552
‘ไอ้มาร์ค’ ใส่เกียร์หมา สั่งถอย!
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า หลังจากที่กลุ่มเสื้อแดงได้เดินทางมาชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาลติดต่อกันถึง 2 วันแล้ว นับจากเปิดทำการหลังปีใหม่เป็นต้นมา ทางหน่วยรักษาความปลอดภัยของทำเนียบรัฐบาลได้หารือกันและได้รับรายงานว่า ทางกลุ่มเสื้อแดงจะมาชุมนุมที่หน้าที่ทำเนียบรัฐบาลในลักษณะเช่นนี้ทุกวัน เพื่อสังเกตการณ์ว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลทำอะไรบ้าง รวมทั้งจะมีการแสดงกิจกรรมหรือก่อความวุ่นวาย เช่นการปาไข่อย่างต่อเนื่อง ทางหน่วยรักษาความปลอดภัยจึงได้ประสานไปยังสน.ดุสิต และสน.นางเลิ้งเพื่อขอกำลังเจ้าหน้าที่มาสนับสนุนที่ทำเนียบรัฐบาลเพิ่มขึ้นเป็นประจำ
อีกด้านหนึ่ง นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 14 (อาเซียนซัมมิท) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจากในกรุงเทพฯ เป็นอ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 27 ก.พ.ถึงวันที่ 1 มี.ค 2552 โดยการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ตัดสินใจย้ายสถานที่จัดการประชุม นอกจากนั้นยังได้รับคำแนะนำจากฝ่ายรักษาความปลอดภัยที่เห็นว่า อ.หัวหินง่ายแก่การรักษาความปลอดภัย
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นเรื่องปกติไม่แตกต่างจากการเคลื่อนไหวที่ผ่านมาๆ อย่างไรก็ตาม ถ้ายืนยันจะจัดการประชุมที่กรุงเทพฯก็ยืนยันได้ แต่การชุมนุมอะไรต่างๆ โดยเฉพาะการประกาศจะขัดขวาง ก็ไม่อยากให้เกิดปัญหา เหมือนกับที่ยอมตามที่ประธานรัฐสภานัดย้ายแถลงนโยบายนอกสถานที่ เพราะไม่ต้องการเห็นคนไทยเสียเลือดเนื้อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสั่งย้ายสถานที่ประชุม เกิดขึ้นหลังจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคยสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลชุดก่อน ประกาศที่จะเคลื่อนไหวคัดค้านการจัดประชุมดังกล่าว โดยอ้างความไม่ชอบธรรมที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้ฝ่ายค้าน ร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดีในการจัดประชุมอาเซียนซัมมิทว่า พรรคเพื่อไทยช่วงที่เป็นรัฐบาลพยายามจัดการประชุมดังกล่าว แต่ไม่สำเร็จ เพราะกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และพรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ได้แสดงท่าทีชัดเจนในการร่วมมือจัดการประชุมแต่อย่างใด
"แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นรัฐบาล พรรคเพื่อไทยพร้อมให้ร่วมมือสนับสนุน เพราะเห็นว่าเพื่อประเทศชาติ แต่อยากให้แยกแยะว่า ความชอบธรรมของรัฐบาลที่มาไม่ถูกต้อง กับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเป็นคนละเรื่องกัน"นายวิชาญกล่าว
"เสื้อแดง"รอไล่"นายกฯเก้อ หลังไม่ได้ไปเยี่ยมอาการ"ยายเนียม"
------------------------------------------------------------------------------
. กลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 100 คน รวมตัวชุมนุมกันที่ด้านหน้าโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี หลังจากมีข่าวว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปเยี่ยมอาการป่วยของยายเนียม พันธ์มณี แต่สุดท้านายกฯไม่ได้ไป เมื่อ 7 ม.ค.52
วันที่ 7 ม.ค. 2552 ที่รัฐสภา นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ และนางนฤมล ธารดำรงค์ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมกันแถลงข่าว
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า จากกรณีที่นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ได้พูดจาถึงการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการจังหวัด ลำพูนกับลำปางในลักษณะอาจมีการทบทวนเรื่องการดำรงตำแหน่งเหล่านั้น อยากให้นายถาวรคำนึงถึงรัฐธรรมนูญมาตรา 266 และ268 ด้วยว่าการให้สัมภาษณ์ในลักษณะข่มขู่ข้าราชการอาจเข้าข่ายทำผิดรัฐธรรมนูญได้ และฝากถึงข้าราชการทุกคนหากไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกคำสั่งโยกย้ายหรือปลดจากตำแหน่งโดยไม่ชอบธรรมขอให้ร้องเรียนมายังส.ส.ฝ่ายค้าน ซึ่งพวกตนจะดำเนินการตรวจสอบเพื่อนำความยุติธรรมคืนกลับมาให้ทุกคน นอกจากนี้ในการตั้งตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งมีชื่อนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯกทม.รวมอยู่ด้วย ทั้งที่ยังไม่มีการพิสูจน์ข้อกล่าวหาการทุจริตโครงการจัดซื้อรถ-เรือดับ เพลิงจนถึงที่สุด จึงเกรงว่านายกรัฐมนตรีอาจจะไม่ได้รับความเชื่อถือจากประชาชน จึงควรให้คดีได้ข้อยุติเสียก่อน เพราะหากนายอภิรักษ์ไปให้คำปรึกษาที่ไม่ถูกต้อง นายกฯจะเสียหายได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีกลุ่มเสื้อแดงขว้างปาไข่และเลือดหมูใส่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ระหว่างช่วยลูกพรรคหาเสียงที่จังหวัดลำปาง นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มเสื้อแดง แต่มองว่าเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 เหมือนที่กลุ่มคนเสื้อเหลืองดำเนินการมาก่อน สิ่งที่เกิดขึ้นมองว่าคนไทยชอบทำอะไรเป็นแฟชั่นหรือแห่ตามกัน มือตบทำอะไร ตีนตบก็ทำตาม ซึ่งเป็นการเลียนแบบเหมือนกรณีที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯที่โดนปาร้องเท้าและขวดน้ำใส่
เมื่อถามว่า มีการระบุว่าขบวนการของกลุ่มเสื้อแดงมีนักการเมืองท้องถิ่น ที่เป็นคนของพรรคเพื่อไทยอยู่ด้วย จะมีการพูดคุยหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ถ้ามีหลักฐานก็ดำเนินคดีฟ้องร้องได้เลย จะได้ดูว่าตำรวจจะทำอย่างไรบ้าง เพราะก่อนหน้านี้ตนกับเพื่อนส.ส. ก็เคยแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มเสื้อเหลือง แต่จนถึงขณะนี้คดีก็หายเข้ากลีบเมฆ หากเลือกปฏิบัติ เลือกที่รักมักที่ชังอย่างนี้ ความปรองดองสมานฉันท์จะเกิดขึ้นได้อย่างไร และจะให้ตนไปห้ามคงไม่ได้ เพราะไม่ได้ข้องเกี่ยวหรือรู้เห็นด้วย กลุ่มคนเหล่านี้เขาก็มีหัวใจ
--------------------------------------------------------------------------------
คลังบทความของบล็อก
-
►
2010
(82)
- ► กุมภาพันธ์ (8)
-
►
2009
(175)
- ► กุมภาพันธ์ (16)

