ชาวดิน ออนเน็ต

***อนิจา วาสนา ไพร่***

เรียกร้องเถอะ ร่ำหา กันให้ตาย
เคยบ้างไหม เคยได้ สิ่งที่หวัง
กราบแทบเท้า ติดดิน ร้องเสียงดัง
มีสักครั้ง บ้างไหม ใครเมตตา

สิ่งที่ขอ รอมา กี่ชาติแล้ว
ไร้วี่แวว สิทธิ ที่ใฝ่หา
เป็นแค่ไพร่ เขาชี้ เป็นอีกา
อย่าได้มา ร่วมหงส์ ดงผู้ดี
ร้องขอมา กี่ปี กี่ชาติแล้ว
ก็ไม่แคล้ว โดนด่า ฆ่าทุบตี
จากปู่ย่า มาถึง ทุกวันนี้
ถูกย่ำยี ไล่บี้ ให้จำนน
ตายแล้วสิบ เกิดใหม่ ได้เป็นแสน
แต่ขาแขน ถูกตรึง ด้วยเล่ห์กล
แล้วเมื่อไหร่ สิ่งนี้ จะหลุดพ้น
รับกฏโจร กฏหมาย ไร้ปราณี
อนิจา วาสนา ชะตาไพร่
ถูกใส่ร้าย กล่าวหา ว่าบัดสี
ทั้งหมอบกราบ ก้มไหว้ อย่างภักดี
แพ้วจี คนโฉด โป้ปดลวง
คงถึงครา แล้วหนา บรรดาไพร่
แม้ร่ำไห้ ร้องขอ ก็ช้ำทรวง
เขาไม่แล พวกเรา ไพร่ทั้งปวง
ต้องวัดดวง ทวงค่า ความเป็นคน


โดย ยรรยง ลูกชาวดิน

7 / มีนาคม / 2553
........


วันพุธ, กุมภาพันธ์ 18, 2552

ยุทธวิธีการข่าวชิงมวลชน 15 บุคคลใน Youtube ที่ตัดต่อภาพใส่ร้ายชาวเสื้อแดงผู้รักชาติและประชาธิปไตย

โพสต์โดย : palrakonline ที่มา http://www.prachataiwebboard.com/webboard/wbtopic.php?id=778320



แผนการณ์พันธมิตรฯและเผด็จการณ์ ระบอบอำมาตยาธิปไตย อันหนึ่งที่นำมาใช้ คือยุทธวิธีการข่าวชิงมวลชน

ด้วยการบิดเบือนข่าวให้โทษต่อ ชาวเสื้อแดงผู้รักชาติและประชาธิปไตย ให้คุณต่อพันธมิตรฯและเผด็จการณ์ ระบอบอำมาตยาธิปไตย

โดย

1.บิดเบือนข้อความเนื้อหาในข่าว โดยสื่อต่างๆ
2.บิดเบือนภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว

ภาพคลิปต่างๆ ที่นำเสนอในทีวีและสื่อต่างๆ จะทำการตัดต่อภาพที่เป็นคุณต่อพันธมิตรฯและเผด็จการณ์ ระบอบอำมาตยาธิปไตย bureaucratic polity (ในความคิดของพวกมัน) และเป็นโทษต่อ ชาวเสื้อแดงผู้รักชาติและประชาธิปไตย

นี่คือ 10 สาวกใน youtube ที่ปฏิบัติการยุทธวิธีการข่าวชิงมวลชน

http://www.youtube.com/user/astvtube

ASTV Tube
Want to Subscribe?
Sign in to YouTube now!
Sign in with your Google Account!
Reporter
astvtube
Beat: National News
Joined: July 30, 2008
Last Sign In: 1 day ago
Videos Watched: 209
Subscribers: 23
Channel Views: 2,497
ASTV Tube online from Thailand
Name: ASTV
Influences: ASTV Fanclub Online
Favorite News Sources: ASTV Fanclub Online
ASTV Fanclub Online
City: Bangkok
Hometown: Bangkok
Country: Thailand
Website: http://www.astv-tv.com

http://www.youtube.com/user/mrboringdays

mrboringdays
Want to Subscribe?
Sign in to YouTube now!
Sign in with your Google Account!
mrboringdays
Joined: March 02, 2007
Last Sign In: 2 weeks ago
Videos Watched: 459
Subscribers: 87
Channel Views: 14,504

Age: 34
Country: Thailand

http://www.youtube.com/user/Pattanaseri

Pattanaseri's Channel
Want to Subscribe?
Sign in to YouTube now!
Sign in with your Google Account!
Pattanaseri
Joined: October 13, 2007
Last Sign In: 1 month ago
Videos Watched: 301
Subscribers: 6
Channel Views: 781

Age: 44
Country: Thailand

http://www.youtube.com/user/ipsut

ipsut's Channel
Want to Subscribe?
Sign in to YouTube now!
Sign in with your Google Account!
ipsut
Joined: October 07, 2007
Last Sign In: 13 hours ago
Videos Watched: 1,029
Subscribers: 9
Channel Views: 872

Age: 58
Country: United States



http://www.youtube.com/user/cpdthai



CPDThai.Org
Want to Subscribe?
Sign in to YouTube now!
Sign in with your Google Account!
Reporter
cpdthai
Beat: Local News
Joined: April 22, 2008
Last Sign In: 2 months ago
Videos Watched: 912
Subscribers: 19
Channel Views: 2,875
ครป. / CPDThai.Org
Name: CPDThai
Influences: http://www.astv-tv.com
Favorite News Sources: http://www.astv-tv.com
Campaign for Popular Democracy (CPD.) Thailand
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไ ตย (ครป.)
City: Bangkok
Hometown: Bangkok
Country: Thailand
Schools: Thammasat
Interests and Hobbies: Campaign for Popular Democracy (CPD.) Thailand คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)
Movies and Shows: Campaign for Popular Democracy (CPD.) Thailand คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)
Music: Campaign for Popular Democracy (CPD.) Thailand คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)
Books: Campaign for Popular Democracy (CPD.) Thailand คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)
Website: http://www.cpdthai.org


http://www.youtube.com/user/meng438

M CHANNEL
Want to Subscribe?
Sign in to YouTube now!
Sign in with your Google Account!
meng438
Joined: April 20, 2006
Last Sign In: 6 days ago
Videos Watched: 1,026
Subscribers: 74
Channel Views: 6,059

Country: Belgium

http://www.youtube.com/user/pad049

pad049
Want to Subscribe?
Sign in to YouTube now!
Sign in with your Google Account!
pad049
Joined: September 06, 2008
Last Sign In: 1 month ago
Videos Watched: 487
Subscribers: 15
Channel Views: 1,223
People's Alliance for Democracy (พันธมิตร,PAD) Thailand Public
Anti-Thaksin,Anti-Samak,Anti-S omchai
Name: พันธมิตร
People's Alliance for Democracy (พันธมิตร,PAD) Thailand Public
Anti-Thaksin,Anti-Samak,Anti-S omchai
Hometown: Bangkok
Country: Thailand
Website: http://padvdo.blogspot.com/

http://www.youtube.com/user/jeabkero

jeabkero
Want to Subscribe?
Sign in to YouTube now!
Sign in with your Google Account!
jeabkero
Joined: September 07, 2008
Last Sign In: 1 day ago
Videos Watched: 302
Subscribers: 11
Channel Views: 641

Age: 28
Country: Thailand

http://www.youtube.com/user/sujinvibulatd

sujinvibulatd's Channel
Want to Subscribe?
Sign in to YouTube now!
Sign in with your Google Account!
sujinvibulatd
Joined: February 24, 2007
Last Sign In: 1 year ago
Videos Watched: 97
Subscribers: 1
Channel Views: 227

Name: Dude
Age: 42
Country: Thailand

http://www.youtube.com/user/uthaisak

uthaisak's Channel
Want to Subscribe?
Sign in to YouTube now!
Sign in with your Google Account!
uthaisak
Joined: October 29, 2006
Last Sign In: 9 months ago
Videos Watched: 268
Subscribers: 159
Channel Views: 14,574

Name: Uthaisak
City: Saraburi
Hometown: Muang Saraburi
Country: Thailand
Occupation: GM
Companies: TOT PCL, Thailand
Website: http://www.uthaisak.net

http://www.youtube.com/user/chaba2550

คลิปพันธมิตรกู้ชาติ
Want to Subscribe?
Sign in to YouTube now!
Sign in with your Google Account!
chaba2550
Joined: May 27, 2008
Last Sign In: 1 day ago
Videos Watched: 1,263
Subscribers: 45
Channel Views: 6,767
รวมคลิ๊ปพันธมิตรกู้ชาติ(25 พ.ค.- 3 ธ.ค.2551)
ต้านแก้รัฐธรรมนูญฯ ปี 50 People's Alliance for Democracy (PAD) ที่ถ่ายทอดผ่าน ASTV ...http://www.manager.co.th/.. .http://www.uthaisak.net/
Name: chaba
รวมคลิ๊ปพันธมิตรกู้ชาติ(25พ.ค. -ต.ค.2551)
ต้านแก้รัฐธรรมนูญฯ ปี 50 People's Alliance for Democracy (PAD) ที่ถ่ายทอดผ่าน ASTV http://www.uthaisak.net/
Country: Thailand
Occupation: ค้าขาย
Companies: อิสระ
Interests and Hobbies: แต่งกวี ภาพ เพลง
Movies and Shows: รัฐบาลหุ่นขายเขาพระวิหาร ..+* http://mblog.manager.co.th/chaba2550/th-18681/
Music: สี่เหลี่ยมก็มีสี่ด้าน ไอ้คนหน้าด้านคือไอ้หน้าเหลี่ยม
Books: คำพ่อสอน รวมพระราชดำรัส พระบรมราโชวาท ของในหลวง รัชกาลปัจจุบัน
Website: http://mblog.manager.co.th/chaba2550/

http://www.youtube.com/user/pantamit4eva

pantamit4eva
Want to Subscribe?
Sign in to YouTube now!
Sign in with your Google Account!
pantamit4eva
Joined: August 28, 2008
Last Sign In: 13 hours ago
Videos Watched: 8,025
Subscribers: 2
Channel Views: 2,406
Thank you PAD!
Go to www.antithaksin.com to know many truths about thaksin and his political party.
PAD - People's Alliance for Democracy anti-thaksin, samak, and Somchai

สู้เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ !
Age: 26
Country: Thailand

http://www.youtube.com/user/luktungclub

bon kalasin
Want to Subscribe?
Sign in to YouTube now!
Sign in with your Google Account!
luktungclub
Joined: September 04, 2007
Last Sign In: 1 day ago
Videos Watched: 225
Subscribers: 46
Channel Views: 7,908
บันทึกเรื่องราวของคนลูกทุ่งแดน อีสาน กับประสบการณ์หลากหลายที่ได้พบเ จอ
Age: 34
Country: Thailand

http://www.youtube.com/user/008th

008th's Channel
Want to Subscribe?
Sign in to YouTube now!
Sign in with your Google Account!
008th
Joined: May 18, 2008
Last Sign In: 6 days ago
Videos Watched: 1,902
Subscribers: 1
Channel Views: 1,863

Country: Thailand

http://www.youtube.com/user/ASTVBKK

ASTVBKK's Channel
Want to Subscribe?
Sign in to YouTube now!
Sign in with your Google Account!
ASTVBKK
Joined: May 02, 2007
Last Sign In: 1 year ago
Videos Watched: 44
Subscribers: 2
Channel Views: 325

Age: 29
Country: Laos

วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2552

'ประชา' ซัด! “ทหารนอกรีต” แฉกลับ “จิ้งเขียว” ดอด!ไถเงิน 5 พันล้านจาก 'ทักษิณ' พอไม่ให้ เลยมีชะตากรรมแบบนี้!

โดย : NEWS ไทยฟรีนิวส์



“ประชา” เอาคืน แฉกลับ “จิ้งเขียว” ดอดขอเงิน 5 พันล้าน-“นักการเมืองบางพรรค” ขอ 3 พันล้าน จาก “ทักษิณ” พอไม่ให้ เลยมีชะตากรรมแบบนี้ ท้าให้ออกมาปฏิเสธว่าไม่เคยขอเงิน แต่ไม่ต้องมาสาบานให้เสียเวลา ยัน “นายใหญ่” ไม่ได้อยู่เบื้องหลังการเสนอกม.ปรองดองแห่งชาติ

วันที่ 16 ก.พ. 2552 สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น รายงานว่า นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวตอบโต้พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) โดยยืนยันว่า แม้ตนจะเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ไม่เคยได้รับเงิน เพื่อมาเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่อยากจะถามกลับว่า ที่ผ่านมามีคนไปขอเงินพ.ต.ท.ทักษิณ ถึง 3,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นคนไม่ใช่จากพรรคเพื่อไทย และพวกจิ้งจกสีเขียว ไปขอเงินถึง 5,000 ล้านบาท อยากถามว่า ทางคมช.เอง ทราบเรื่องแบบนี้หรือไม่ เพราะการที่พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องมีชะตากรรมแบบนี้ เพราะไม่ยอมจ่ายเงินให้กลุ่มคนเหล่านี้ ซึ่งหากกลุ่มนี้ยังกล้าปฏิเสธว่าไม่เคยขอเงิน ตนขอท้าให้ไปจุดธูปอธิฐาน กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 9 วัด แต่ไม่ต้องมาสาบาน เพราะเชื่อว่าคนชั่วคงไม่กลัวคำสาบานเพียงแค่ให้กล่าวว่า ไม่เคยขอเงินพ.ต.ท.ทักษิณก็พอ

นาย ประชา กล่าวยืนยันว่า เร็ว ๆ นี้ จะเดินทางพบพ.ต.ท.ทักษิณแน่นอน และยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้อยู่เบื้องหลัง การเสนอพ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดอง เนื่องจากเป็นความเห็นของคนในพรรคเท่านั้น

ขณะ ที่นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เตรียมนำร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติเข้าหารือต่อที่ประชุมพรรค เพื่อไทยบ่ายวันนี้ เพื่ออธิบายให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน และเป็นมติพรรค ก่อนเสนอต่อที่ประชุมสภา หลังส.ส.บางกลุ่มของพรรคออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย โดยยืนยันว่าการเสนอกฎหมายฉบับดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายช่วยเหลือเฉพาะพ.ต. ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเท่านั้น แต่เป้าหมายเพื่อนิรโทษกรรมนักการเมืองที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ 19 ก.ย. 2549 ซึ่งครอบคลุมทั้งในส่วนบุคคลและพรรคการเมือง ทั้งนี้ก็เพื่อมุ่งแก้ปัญหาความแตกแยกภายในสังคม โดยเรื่องนี้ฝ่ายกฎหมายของพรรคได้มีการหารือกันมานานแล้ว แต่ไม่เคยมีการหารือกับพ.ต.ท.ทักษิณ

นายพีรพันธุ์ ยังได้ฝากเตือนไปยังคนในพรรคเพื่อไทยให้ระมัดระวังการพูดถึงเรื่องนี้ เพราะเกรงว่าจะถูกโจมตี พร้อมกันนี้เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ส.ส.ภายในพรรคจะเข้าใจและเห็นพ้องตรงกัน

วันเสาร์, กุมภาพันธ์ 14, 2552

น้ำพริกถ้วยละ1.6แสนล้าน

จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้ วันสุข
ปีที่ 4 ฉบับที่ 194
....................




งบประมาณกลางปีกว่า 1.61 แสนล้านบาทที่รัฐบาลนำเสนอต่อรัฐสภาเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศนั้นจะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของคนในประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจให้กระเตื้องขึ้นได้มากน้อยเพียงใด นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการงบประมาณ จะแยกแยะผ่านวัฒนา อ่อนกำปัง สู่ท่าน

การจัดทำงบประมาณเป็นอย่างไร

การจัดทำงบประมาณกลางปี 161,700 ล้านบาท เท่าที่ติดตามดูจากการจัดงบประมาณเช่นนี้คิดว่าการที่รัฐบาลตั้งเป้าในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยให้จีดีพีโตถึง 0.5% คิดว่าลำบากมาก แทบจะมองไม่เห็นโอกาสการเติบโตของจีดีพีตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ เห็นว่าเม็ดเงินงบประมาณที่ลงไปไม่ว่าจะงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการที่จะจัดงบประมาณในการซื้อชุดนักเรียน 4,000 ล้านบาท จัดซื้อหนังสือ 6,000 ล้านบาท มันไม่กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเท่าไร แต่จะกระตุ้นต่อมทุจริตมากกว่า และยังจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรง แต่ถามว่าจะกระตุ้นขนาดไหน ผมว่าลำบากในการตรวจสอบ เพราะเป็นการงุบงิบกันในการจัดทำงบประมาณดังกล่าว ผมจึงติดใจตรงนี้

เพราะการจัดทำงบประมาณรัฐบาลตั้งเป้าจะกระตุ้นการใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน แต่ผมมองว่าไม่มีประโยชน์ เพราะแม้แต่สหรัฐอเมริกาซึ่งมีสภาพหนักกว่าเรา เป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่กว่าเรา สภาผู้แทนราษฎรของประเทศสหรัฐไม่แตกแยกเหมือนบ้านเรา ทั้งสองพรรคร่วมมือกันอนุมัติผ่านงบประมาณในการกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 850,000 ล้านเหรียญ ถือเป็น 6% ของจีดีพี ปรากฏว่าอเมริกายังยอมรับความเป็นจริง เพราะรัฐบาลของสหรัฐคาดการณ์ว่าจีดีพีจะโตประมาณ -8.2% แต่ประเทศไทยใช้เงิน 161,700 ล้านบาท คิดเป็น 0.01% ของจีดีพี แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บอกจะทำให้จีดีพีโต 0.5-1.00% ผมว่ามันลำบากมาก เพราะมองภาพความเป็นจริงแล้วแทบไม่เห็นว่าจะเป็นไปตามเป้าประสงค์ของรัฐบาลที่ตั้งไว้

มีปัจจัยใดบ้างที่จะก่อให้เกิดการทุจริต

ปัจจัยที่เห็นเด่นชัดคือ การจัดทำงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ยอมรับว่าจากนโยบายที่อัดงบประมาณลงไปนั้นส่งผลให้บรรดาผู้ประกอบการในการผลิตแบบเรียนต่างๆ บรรดาผู้ประกอบการโรงพิมพ์ต่างๆวิ่งวุ่นกันไปหมดในขณะนี้ โดยเฉพาะโรงพิมพ์หนังสือเรียนที่ตอนนี้ได้ข่าวว่ามีการติดต่อประสานงานกันทั้งในส่วนของนักการเมืองกับผู้ประกอบการ เพราะงบประมาณในการจัดทำหนังสือเรียนตั้งไว้สูงถึง 6,000 ล้านบาท ผมบอกได้เลยว่าจะมีปัญหา เพราะหนังสือเรียน การดีไซน์หนังสือลดทอนได้ แต่วัตถุประสงค์ให้ยืมเรียน 3 ปีจะเกิดการวุ่นวายตามมา ที่สำคัญความหนาของกระดาษ คุณภาพของกระดาษ เรารู้เลยว่าราคาน่าจะเท่าไร

งบประมาณในการจัดซื้อชุดนักเรียนก็เช่นกัน ที่มีการตั้งงบประมาณไว้กว่า 4,000 ล้านบาท ที่จะต้องจับตามากเป็นพิเศษ เพราะหากซื้อของดีก็ดีไป แต่หากซื้อมาแล้วแต่คนละเนื้อผ้าราคาก็ต่างกัน ตรงนี้ที่จะเป็นจุดทุจริต ซึ่งคิดว่าจะมีการทุจริตที่กระทรวงศึกษาธิการมากที่สุด เพราะงบประมาณกว่า 19,000 ล้านบาท เป็นงบประมาณที่จับต้องได้เพียง 10,000 ล้านบาท ที่เหลือไม่สามารถจับต้องได้ เพราะเป็นงบกิจกรรมที่ไม่รู้กิจกรรม ไม่มีที่มาที่ไป เงินกว่า 9,000 ล้านบาทเป็นเงินของพี่น้องประชาชน เขามีสิทธิที่จะรู้ว่าเงินเขาไปไหน ไปทำอะไร แต่รัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญ ผมว่างบประมาณก้อนนี้มีปัญหาแน่

มาตรการที่ออกมากระตุ้นการใช้จ่ายหรือไม่

หากถามว่าการจัดทำงบประมาณกลางปีของรัฐบาลสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศได้หรือไม่ ผมว่าเป็นการกระตุกเศรษฐกิจมากกว่า เพราะการกระตุ้นคือการหมุนเม็ดเงินในตลาด แต่นี่รัฐบาลเอาเงินให้เลย เช่น ให้เงิน 2,000 บาทต่อคน ไม่ใช่วิธีการที่ดีเลย เพราะตอนนี้น้ำมันขึ้น สินค้าต่างๆขึ้นทุกอย่าง เขาก็จะใช้เงินเดือน ส่วนที่รัฐบาลให้ไปเขาก็จะเก็บไว้ เพราะที่ผ่านมาไม่มีเงินเก็บ ลำพังแต่เงินเดือนก็ไม่พอใช้ ดังนั้น เมื่อรัฐบาลให้มาแทนที่จะเอาไปหมุนก็เอาไปเก็บแทน แล้วใช้จำนวนเงินเท่าเดิม

อีกเรื่องต้องยอมรับว่าความเหลื่อมล้ำของการจัดทำงบประมาณในการช่วยเหลือบรรดาอาสาสมัครต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหมอดินอาสา อาสาป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนหรือ อปพร. ประธานชุมชน และอาสาสมัครทั้งหลายไม่ได้เงินช่วยเหลือ ได้เฉพาะอาสาสมัครหมู่บ้านหรือ อสม. และ อสม. ที่ปัจจุบันนี้เพิ่มจาก 830,000 คน เป็น 1,200,000 คน ใครไปลงทะเบียนหลังเดือนมกราคม 2551 ก็ไม่ได้เงิน ก็จะทะเลาะกัน ดูแล้วจะได้ไม่คุ้มเสีย ซึ่งหลังเดือนมกราคมมีประชาชนขอลงทะเบียนเพิ่มอีก 400,000 กว่าคน เพราะรู้ว่าจะได้เงินหรือเปล่า การสมัครง่ายมาก ไม่ได้มีหลักฐานอะไรมากมาย ไม่เหมือนสมัครงาน

การให้เงินกับ อสม. ไม่ยุติธรรมกับคนอื่น

ไม่รู้รัฐบาลมองอย่างไร เพราะปัจจุบัน อสม. จะมีเงินประจำหมู่บ้านละ 10,000 บาทอยู่แล้ว และมีมติคณะกรรมาธิการให้อีกท้องถิ่นละ 20,000 บาท แต่ก็เบี้ยวกันไม่จัดสรรลงไปให้ อสม. รัฐบาลเลยแจกให้เอง แต่ให้เพียง 6 เดือน เดือนละ 600 บาท ไม่ใช่ให้ตลอด เชื่อว่ารัฐบาลไหนมาก็ไม่กล้าตัดงบตรงนี้ ถ้าตัดคือฆ่าตัวตาย สมควรให้เค้า การทำอะไรก็ต้องคิด ตอนนี้ถือว่าเป็นขาลง เงินที่มาจัดทำงบประมาณในปีนี้ก็กู้มาหมด อย่างที่ ส.ส. อภิปราย จะไปทำประชานิยมขาลงมันไม่ง่ายนัก สมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จัดทำงบประมาณนี้เป็นช่วงเศรษฐกิจขาขึ้น เงินหาง่าย ทั้งภาคการส่งออก สินค้าเกษตร แต่ครั้งนี้เป็นการกู้เงินมาแก้ปัญหา ผมว่ามีปัญหาแน่นอน ขนาดเงินกู้มาใช้หนี้จำนวน 19,000 ล้านบาท ก็ไม่รู้ว่าผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะไปกู้มาใช้หนี้

เมื่อก่อนรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เคยกล่าวหารัฐบาลทักษิณ เช่น นำกองทุนเงินล้านมาหาเสียงและไม่สามารถช่วยชาวบ้านได้ เพราะชาวบ้านมีหนี้อยู่แล้ว แต่รัฐบาลประชาธิปัตย์กลับมาทำตามนโยบายที่ตนเองบอกว่าเป็นนโยบายที่ไม่ดี แล้วเดี๋ยวนี้รัฐบาลกู้เงินมาทำตามนโยบายที่ตัวเองโจมตี ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้บอกว่าไม่ดี ไม่ได้เรื่อง แต่ตัวเองกลับทำตาม มันก็ดูแปลกๆ ผมว่ามันจะอันตราย เพราะรัฐบาลทำตามโดยไม่รู้ปรัชญาที่แท้จริงในนโยบายนี้

การแก้ปัญหาแรงงานถูกจุดหรือไม่

การจัดทำนโยบายด้านแรงงานนั้นผมว่ารัฐบาลตีโจทย์ผิด เพราะรัฐบาลดำเนินนโยบายในการให้เงินกินเปล่ากับผู้ประกันตนและข้าราชการคนละ 2,000 บาท ทั้งหมด 9 ล้านคน ผมว่าเม็ดเงินไม่กระจายกลับสู่ระบบ เงินจะไปสู่ระบบธนาคารมากกว่า เพราะคนที่มีเงินเดือนเกือบ 15,000 บาท ผมว่าเขาอยู่ได้ในสถานการณ์เช่นนี้ และไม่คำนึงถึงเงินที่จะได้จากรัฐบาลเท่าไร ได้มาก็ใช้จ่ายเท่าเดิม ดังนั้น การที่รัฐบาลออกนโยบายในการจะกระจายเม็ดเงินไม่ยากเลย เพราะประเทศไทยมีครอบครัวที่ยากจน 1.6 ล้านครอบครัว ก็แจกไปครอบครัวละ 1,000 บาท เท่ากับงบที่ตั้งไว้พอดี ยุติธรรมกับคนยากจน คนยากจนจะได้หมดไป แต่นี้ให้เฉพาะผู้ประกันตนกับข้าราชการ บรรดาข้าราชการในส่วนของท้องถิ่นก็ไม่ได้ เลยกลายเป็นฝนตกไม่ทั่วฟ้า

ลือว่ารัฐบาลเร่งหาเงินห้าแสนล้านจริงหรือไม่

ตรงนี้ไม่รู้ แต่ไม่ได้เกินเลยไปกว่านี้แน่ เพราะการจะหาเงินไม่ได้หาง่ายๆ ขณะนี้รัฐบาลเหลือเงินคงคลังเพียง 52,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยมาก ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งหาเงินเข้ามาให้มากที่สุด การขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันจึงเป็นเป้าหมายหลัก โดยมีข่าวออกมาว่ารัฐบาลจะเก็บเงินภาษีสรรสามิตน้ำมันที่ 5 บาทต่อลิตร ซึ่งถือเป็นการผลักภาระให้ผู้บริโภค เพื่อหาเม็ดเงินเข้ามาให้มากที่สุด หมายถึงพี่น้องประชาชนต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น สวนทางกับที่รัฐบาลบอกว่าจะเพิ่มเม็ดเงินในกระเป๋าให้กับพี่น้องประชาชน

ล่าสุดได้ข่าวว่ารัฐบาลจะไปสหรัฐอเมริกาเพื่อขอกู้เงิน ตอนนี้รายได้ไม่มี การส่งออกตาย ท่องเที่ยวตาย และจากการเก็บภาษีน้ำมัน ผมคิดว่ารัฐบาลจะได้ประมาณเดือนละ 7,000-8,000 ล้านบาท ส่วนการขึ้นภาษีน้ำมันคิดว่าทำได้ไม่นานหรอก ขนาดขึ้นล็อตแรกก็หูชาแล้ว และเดือนกุมภาพันธ์จะขึ้นอีก 2 รอบ ถือว่าการกระทำเช่นนี้ของรัฐบาลเป็นการปล้นประชาชนมากกว่า ประชาชนตอนนี้เดือดร้อนจริงๆ รัฐบาลต้องพยุงเศรษฐกิจ ต้องประหยัด ทำเศรษฐกิจอย่างพอเพียงจริงๆ แต่นี่เชื่อว่าประชานิยมอย่างเดียวจะทำให้ประชาชนรักรัฐบาลมากขึ้น แต่ตรงข้ามกันเลย เป็นประชานิยมแบบผิดที่ผิดทาง แล้วเจอการเก็บภาษีอีก ผมว่าเป็นการทำลายประชาชน คนจะเริ่มหยุดใช้เงิน อย่างการจัดเก็บเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT เพิ่มขึ้น ผมว่ารัฐบาลไม่กล้าทำหรอก เพราะหากทำก็เท่ากับฆ่าตัวตาย จะกล้าขนาดนั้นหรือ พูดง่ายๆถ้าเพิ่ม VAT เมื่อไรระยะเวลาของรัฐบาลก็จะสั้นลง

ผมยังงงกับกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ออกมาพูดเรื่องประธานาธิบดีในเมืองไทย มันจะเป็นไปได้อย่างไร นี่คือประเทศไทยนะครับ ใครจะกล้าคิด ผมเข้าใจว่าพรรคประชาธิปัตย์มองทุกอย่างเป็นการเมือง จึงคิดแต่เรื่องการเมืองอย่างเดียว

เมื่อพูดถึงเรื่องงบประมาณ ผมเห็นว่ากรรมาธิการงบประมาณชุดนี้ทำอะไรไม่ได้มากนัก เพราะเป็นการจัดทำงบประมาณภายใต้ภาวะตึงเครียดทางการเมือง ดังนั้น การใช้เหลี่ยมคูทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์จึงมากเป็นพิเศษ จึงต้องบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ไว้เลยว่าการจัดทำงบประมาณครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณตัดไม่ได้แม้แต่บาทเดียว เพราะรัฐบาลไม่ยอมให้ตัด

การจัดทำงบประมาณปี 2553 เป็นอย่างไร

การจัดทำงบประมาณประจำปี 2553 น่าจะเข้าสู่ที่ประชุมสภาในช่วงเดือนมิถุนายน 2552 ซึ่งไม่รู้จะจัดงบแบบไหน เพราะการจัดเก็บรายได้ปีนี้พลาดเป้า 132,000 ล้านบาท ขาดดุล 347,500 ล้านบาท ถือว่าสถานการณ์ทางการเมืองง่อนแง่น ทั้งนี้ ภาวะเศรษฐกิจโลกขณะนี้น่ากลัวมาก และมักมีคำถามว่ารัฐบาลไปได้ไหม ผมว่าเมืองไทยเจอ 2 เด้งทั้งการเมืองและพิษเศรษฐกิจ

ดังนั้น จีดีพีของไทยความจริงน่าจะอยู่ที่ -2% ในสถานการณ์ปรกติ แต่เจอพิษการเมืองเลยกลายเป็น -4% ผลที่ตามมาก็อันตรายมาก คนตกงานเพิ่มขึ้น ภาพรวมอาจมีคนตกงานถึง 3 ล้านคน ตอนนี้คนตกงานในเดือนพฤศจิกายนมี 18,000 คน เดือนธันวาคม 30,000 คน และเดือนมกราคมมีกว่า 70,000 คน ส่วนมาตรการที่รัฐบาลออกมารองรับนั้นคิดว่าเหมาะสม แต่ไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจบ้านเราเท่าไร

คุณธนินทร์บอกว่าทุกอย่างต้องดับเบิ้ล

คุณธนินทร์ เจียรวนนท์ ประธานกลุ่มซีพี ให้สัมภาษณ์ว่าหากจะกู้เศรษฐกิจของประเทศทุกอย่างต้องดับเบิ้ลหรือเพิ่มเป็น 2 เท่าจากที่รัฐบาลไทยรักไทยเคยทำไว้ ถามว่าตอนนี้จะเอาไรไปดับเบิ้ล ไม่ง่ายเลยจากภาพรวมในปัจจุบัน ตอนนี้เศรษฐกิจบ้านเราเป็นแบบนี้ เติมไปร้อยหมุนได้ห้าสิบก็เก่งแล้ว มันไม่ใช่เศรษฐกิจขาขึ้นเหมือนปี 2544 แต่เศรษฐกิจกำลังอยู่ในช่วงขาลง คนละสถานการณ์กัน จะทำเหมือนกันไม่ได้ รัฐบาลไม่เข้าได้ใจในตรรกะที่จะทำเลยว่าต้องทำเช่นไร มองมุมไหน ดังนั้น ไม่ง่ายอย่างที่รัฐบาลคิดแน่

อนาคตของประเทศไทยเป็นอย่างไร

ตอนนี้ยังมองไม่ออกจริงๆ แต่ที่สัมผัสได้คือเศรษฐกิจในประเทศตกลงเรื่อยๆ บรรดานักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลกว่าจะเริ่มฟื้นตัวในอีก 2 ปีข้างหน้า อันนี้ส่งผลต่อประเทศไทยโดยตรง เพราะเราส่งออกมาก ดังนั้น เศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวลงมาก แต่โชคดีที่ประเทศไทยมีภาคการเกษตรมารองรับ บรรดาผู้ใช้แรงงานหรือพี่น้องประชาชนที่ตกงานกลับไปชนบทก็อยู่ได้ เพราะค่าใช้จ่ายน้อย

แต่รัฐบาลไม่เน้นภาคเกษตร ไปเน้นภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว เห็นแล้วน่าสงสาร ความจริงควรกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศมากกว่า ผมถึงบอกว่าการมองทุกอย่างเป็นการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์เป็นการทำร้ายประเทศมากกว่าพัฒนาประเทศ ซึ่งการจัดทำงบประมาณกลางปีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2552 เท่าที่รู้มีคนจัดงบ 3 คน ไม่อยากเอ่ยชื่อ เมื่อทำเสร็จแล้วเอามาให้พรรคร่วมรัฐบาลดู บรรดาพรรคร่วมก็เห็นตัวเลข เมื่อจัดเสร็จแล้วก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะเขาไม่ให้ทำ

สถานการณ์ทางการเมืองเป็นอย่างไร

ต้องยอมรับว่าการเมืองยังไม่นิ่ง ยังมีการโจมตีกล่าวหากันต่างๆนานา โดยในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็กำลังจัดทัพกันอยู่ ยอมรับว่าพวกผมถูกเล่นจนบรรดาแกนนำของพรรคเกือบไม่เหลือจากการยุบพรรคทั้ง 111 จากสมัยพรรคไทยรักไทย และ 109 คนจากพลังประชาชน จนต้องให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นหัวเรือใหญ่ ส่วนเรื่องผู้นำฝ่ายค้านยังไม่จำเป็น เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติไว้ ดังนั้น การดำเนินการทางการเมืองก็เป็นไปตามปรกติ ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นเป็นไปตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ทุกวันนี้การอภิปรายทั้งคณะไม่มีแล้ว ต้องอภิปรายเป็นรายบุคคลว่ารัฐมนตรีคนนั้นคนนี้เป็นอย่างไร ผมว่าปรกติทำได้อยู่แล้ว ไม่เป็นไร เมื่อก่อนมีอภิปรายทั้งคณะก็ทำกันไป ไม่มีกระทรวง ดังนั้น การที่รัฐธรรมนูญออกมาเช่นนี้ก็ไม่เสียหายอะไร

ตระกูลชินวัตรเข้ามาเพื่อไทยจะดีขึ้นหรือไม่

การเข้ามาของคนในตระกูลชินวัตรก็ช่วยประคองกันไป เพราะจะทำให้พรรคมีรูปแบบชัดเจน เป็นการเข้ามาช่วยเหลือ ไม่ได้เป็นการชี้นำ ให้ตั้งไข่เดินได้เองอย่างมีคุณภาพ แต่มีแนวทางหรือความคิดเหมือนกัน ที่สำคัญประชาชน โดยเฉพาะภาคอีสานยังนิยมในตัว พ.ต.ท.ทักษิณอยู่มาก ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าหากรัฐบาลนี้อยู่ได้ถึง 6 เดือนจะดึงฐานเสียงภาคอีสานได้หมดนั้น ผมว่าฝันไปหรือเปล่า

พรรคภูมิใจไทยออกมาประกาศว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะมีจำนวน ส.ส. ไม่น้อยกว่า 140 คนนั้น อยากถามว่า ส.ส. ที่มีอยู่ตอนนี้ส่วนใหญ่ได้เป็น ส.ส. จากพรรคพลังประชาชนทั้งนั้นใช่หรือไม่ เพราะในช่วงหาเสียงมีการอ้างชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทั้งนั้น และในการเลือกตั้งครั้งหน้าที่พรรคภูมิใจไทยบอกว่าจะได้คะแนนเสียงในภาคอีสานเกินร้อยนั้น ผมว่าผู้บริหารพรรคเพื่อไทยควรตัดศูนย์ออกหรือเปล่า ถ้าได้ขนาดนั้นผมว่าเก่ง

การเตรียมตัวของพรรคเพื่อไทย

ตอนนี้ถือว่าลงตัวในระดับหนึ่ง มีการพูดคุยกันมากขึ้น มีแนวทางในการทำงานที่ชัดเจนและเริ่มเสริมทัพทุกคนมีการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พรรคเพื่อไทยไม่มีใครเป็นผู้นำ เพราะทุกอย่างเป็นไปตามมติพรรค ส่วนเรื่องหัวหน้าพรรคทั้ง ร.ต.อ.เฉลิม นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หรือ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ผมว่าไม่มีใครรับหรอก หากถามผมผมก็ตอบไม่ได้ ส่วนที่มีชื่อ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร นั้นผมยังไม่เห็นมีใครเสนอ มีเพียงนักข่าวเท่านั้น ไม่รู้ว่าท่านอยากมาอยู่พรรคเพื่อไทยหรือไม่ และไม่รู้ว่าผู้ใหญ่ในพรรคไปทาบทามหรือเปล่า เป็นการพูดกันไปเองทั้งนั้น

การเลือกตั้งจะเป็นการแข่งขันของ 2 พรรคใหญ่

น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่น่าจะเป็นการแย่งตำแหน่งของ 2 พรรคคือ พรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนพรรคอื่นๆก็เป็นองค์ประกอบเท่านั้น บอกเลยว่าการทำพรรคการเมืองไม่ง่าย เพราะเงินไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้พรรคใหญ่โต ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ประชาชนดูนโยบายพรรคแล้ว อย่าไปบอกว่าชาวอีสานซื้อได้ ตอนนี้เงินซื้อไม่ได้แล้ว บางทีเอาเงินแต่ไม่เลือกก็มี ส่วนแนวโน้มพรรคเล็กอยู่ไม่ได้หรอก อย่างพรรคชาติไทยพัฒนากับเพื่อแผ่นดิน ที่สุดอาจมาอยู่ด้วยกัน มันเป็นสัจธรรม หากพรรคเพื่อแผ่นดินจะถูกยุบ ส.ส. ก็ต้องมาอาศัยพรรคที่แข็งแกร่งกว่า

มองการออกกฎหมายนิรโทษกรรมอย่างไร

ยอมรับว่าตลอดชีวิตทางการเมืองของผมไม่เคยเห็นประเทศไทยมีการต่อสู้ทางการเมืองที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อน ผมว่าผลัดกันเป็นรัฐบาล ผลัดกันบริหารประเทศบ้างจะดีกว่า ไม่ใช่เอาเป็นเอาตาย การเมืองแบบนี้น่ากลัว หากเศรษฐกิจ การเมืองในประเทศยังไม่นิ่ง บ้านเมืองก็เดินไปไม่ได้ อย่างไรก็ขอภาวนาว่าอย่ารุนแรงเกินไป เพราะการแบ่งสี แบ่งพวก แบ่งภูมิภาค มันไม่ดีหรอก เท่าที่ดูผมว่าสีแดงพอมีเหตุผล แต่ตอนนี้เกิดยั่วยุกันจะโทษเสื้อแดงไม่ได้ จะยั่วยุกันทำไม ก็บริหารประเทศไป สีแดงทำอะไรก็ไม่ยืดเยื้อ ไม่ได้ปิดที่ไหนนอนค้างคืน

เมื่อทุกฝ่ายเล่นกันจนประเทศเสียหายหมดแล้ว เมื่อถึงจุดๆหนึ่งก็ต้องทำ เพราะจะทำให้ทุกเรื่องสงบ ผมอยากให้มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ทุกอย่างจะได้ยุติ หันหน้าเข้าหากัน จริงๆแล้วไม่ใช่การออกกฎหมายนิรโทษกรรม เป็นการขอพระราชทานอภัยโทษทางการเมือง หากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานอภัยโทษแล้วถึงจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมได้ ที่ผ่านมาก็มีการขอพระราชทานอภัยโทษคดีการเมือง ไม่ว่าจะเป็นจอมพลถนอม กิตติขจร จอมพลประพาส จารุเสถียร พล.อ.สุจินดา คราประยูร ถือว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ต้องให้อภัยกัน หากมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมแล้วทั้ง 220 ออกมาได้จริงผมว่าก็เป็นผลดีต่อบ้านเมืองที่มีคนเก่งมาทำงาน ตอนนี้ประเทศเราต้องการคนเก่ง

จำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่

ผมเชื่อว่าทั้งนักการเมืองฝ่ายบริหารและฝ่ายค้านรู้ดีว่าอะไรเป็นไร การทำงานยากลำบากแค่ไหน ผลสุดท้ายต้องแก้รัฐธรรมนูญด้วย แต่จะเป็นเมื่อไรเท่านั้นเอง ซึ่งรัฐธรรมนูญมีไว้ให้แก้ ไม่ให้ยึดไว้อย่างเดิม เพราะหากรัฐบาลมองว่ามาตราไหนไม่ดี เป็นปัญหาในการบริหารประเทศก็ต้องแก้ หากแก้แล้วเสื้อเหลืองจะกลับมาอีกหรือไม่นั้น ผมว่าความคิดคงห้ามกันไม่ได้ แต่ควรออกมาด้วยเหตุและผล ทุกวันนี้มีพฤติกรรมเลียนแบบกลุ่มพันธมิตรฯมากมาย ทำให้คนไม่เคารพกฎหมาย

กรณีนายกฯกู้เงินจากญี่ปุ่นผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่

เรื่องนี้เป็นเพียงข้อตกลง ยังไม่ได้มีการลงนามในสัญญาก็ไม่ผิด หากลงนามเมื่อไรก็ต้องผ่านสภา รวมทั้งต้องอธิบายเหตุผลในการกู้เงินให้กับประชาชนรับทราบเป็นข้อตกลง ยังไม่ได้กู้ แค่เจรจา ลงนามในสัญญาเมื่อไรต้องเข้าสภา และต้องอธิบายให้กับประชาชนรับทราบ

การเมืองไทยในอนาคตเป็นอย่างไร

การเมืองไทยทำนายยากมาก ไม่มีอะไรแน่นอน ใครจะคิดว่าคนอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณที่มีความนิยมมากมาย แต่จะสะดุดล้มและถูกทำลายมากขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม การเมืองไทยจะยังคงเหลือระบบพรรคสองพรรคการเมืองใหญ่แน่นอน และฝ่ายทหารไม่ควรเข้ามาก้าวก่ายการเมือง เพราะจากการรัฐประหารที่ผ่านมาทำให้การพัฒนาการเมืองไทยสะดุด มีการกล่าวหาในเรื่องต่างๆมากมาย และจะยังมีไปเรื่อยๆ การเมืองมีวิวัฒนาการที่ดีขึ้นกว่าเดิม แต่ก่อนไม่ได้เลือกนโยบายพรรค เลือกคนกับเงิน เดี๋ยวนี้ไม่ง่าย อย่าคิดว่าจะซื้อเสียงได้ เรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณครั้งนี้ก็ผ่านอยู่แล้ว แต่เห็นว่าเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำมากกว่า เพราะเงินที่ออกมาไปไม่ถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง

วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 09, 2552

เชียงใหม่ เสื้อแดงฝ่ายประชาธิปไตย พลังแน่นเหนียว ต่อต้านรัฐบาลโจรก่อการร้าย ของ ไอ้มาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ










ข้าราชการเสื้อแดงเชียงใหม่...ก็ไปร่วมเดินกับชาวเสื้อแดงตั้งแต่เวลา14.30 น. ...นำรถยนต์ส่วนตัวไปจอดใน ร.พ.มหาราชนครเชียงใหม่ แล้วเดินเท้าเข้าบริเวณ โรงแรมแกรนด์วโรรส เชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่รวมพลคนเสื้อแดงรักประชาธิปไตย แดดยังร้อนจี๋ แต่ทุกคนสู้เหลือเกิน...ช่วงเดิน 15.00 น. มีคนเยอะมาก มีเด็กน้อยน่ารักๆ มากมายเดินจูงมือพ่อแม่ไปด้วยกันดูน่าร๊ากๆๆๆๆ เหลือเกิน....ความรู้สึกที่เดินร่วมกับชาวเสื้อแดง ก็แอบสังเกตเห็นว่า ชาวเสื้อแดงทุกคน "ตั้งใจเหลือเกิน"กับการเดินเพื่อคัดค้านเผด็จการซ่อนรูปที่แฝงผ่านมากับรัฐบาลเถื่อน ระบบนิติธรรมถูกครอบงำด้วยอำนาจนอกระบบ....การเดินไม่มีใครบ่นว่าเหนื่อยซักคน ทุกคนเปล่งเสียงอย่างชัดเจนว่า "รัฐบาลอภิสิทธิ์ออกไป"...ไม่ยอมรับการโยกย้ายผบ.ตำรวจแต่ละระดับ....โกรธแค้นที่ รัฐบาลโดยทหารกลุ่มเล็กๆ ใช้งบลับ 2,000 ล้านบาท เพื่อมาทำลายล้าง "คนเสื้อแดง"ที่รักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง....ผมถึงแม้จะเป็นข้าราชการ ....แต่ก็เป็นลูกของชาวรากหญ้า กว่าจะได่ไต่ขึ้นรับราชการได้ด้วยลำแข็งของตนเอง เลือดตาแทบกระเด็น(ผมไม่มีเส้น สอบได้ด้วยตนเอง..ภูมิใจจริงๆ)...เพื่อนๆ ในที่ทำงานของผมก็เสื้อแดงกันเป็นทิวแถว แต่ที่กล้าๆ ใส่เสื้อแดง มีไม่กี่คน...สำหรับผม แดงชัดเจน..เพราะผมเป็นลูกชาวนา เป็นเด็กวัด ยากจน ผ่านความทุกข์ยากมามาก....ผมมาร่วมครั้งนี้เป้าหมายคือ "เรียกร้องระบอบประชาธิปไตย 100% ออกมาจากกลุ่มนอกกฎหมายประชาชน"....วันนี้ออกมาเดินเพื่อชดเชย ที่มิอาจไปร่วมเดินกับชาวเสื้อแดงที่ กทม. ....เพราะทุกครั้ง เจ้านายรู้แกว มักจะมอบหมายให้ทำงานหนักดักทางไว้ทุกที.....เสื้อแดงสู้ๆๆ ครับ
โดย : poo

อกอีแป้นจะแตก เชียงใหม่เสื้อแดงถึงขนาดนี้เลยหรือ

โดย : สายลมรัก







วันเสาร์, กุมภาพันธ์ 07, 2552

คนอ่านติดใจ คนโพสท์ติดคุก

โดย : rungsira ไทยฟรีนิวส์






สมัย นปก. เสื้อเหลือง ปะทะสี่เสาร์เทเวศน์ บันทึกสีม่วง คืนวันที่ 22 กรกฏาคม 2550 นะครับ




แดงทั้งแผ่นดิน แดงกู้แผ่นดิน แดงนำธรรมะคืนแผ่นดิน

บทความโดย...ลูกชาวนาไทย


ก็ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี สำหรับการชุมนุมที่สนามหลวง เมื่อวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2552 ที่ผ่านมา กลุ่มเสื้อแดงสามารถรวมกำลังกันได้มากกว่า 50,000 คน จำนวนคนเกินครึ่งหนึ่งของสนามหลวง ซึ่งหากใครคำนวณจำนวนคนด้วยหลักการง่ายๆ คือ หากรู้ว่าพื้นที่ที่คนชุมนุมกันมีกี่ตารางเมตร แล้วหาความหนาแน่นของจำนวนคนต่อตารางเมตร ก็สามารถประมาณการจำนวนคนได้

พื้นที่สนามหลวงปัจจุบันสามารถใช้ Google Earth คำนวณได้ ซึ่งมีพื้นที่ 66 ไร่ ครึ่งหนึ่งคือ ประมาณ 30 ไร่ หรือ 48,000 ตารางเมตร จำนวนที่ยืนหรือนั่งครึ่งสนามหลวงก็ประมาณได้ว่า 1.5-2 คน ต่อตารางเมตร ดังนั้นเมื่อคืนนี้มีคนไปชุมนุมกันครึ่งหนึ่งของสนามหลวง น่าจะประมาณได้คร่าวๆว่า เกิน 50,000 คนขึ้นไป



จำนวนคนขนาดนี้ ท่ามกลางการสะกัดกั้น การต่อต้าน รวมทั้งการก่อกวนของกลุ่ม "เพื่อนเนวิน" ที่เคยเป็นพันธมิตรของคนเสื้อแดง นับว่า เป็นการชุมนุมที่ประสบผลสำเร็จอย่างยิ่ง ฝ่ายตรงข้าม คือ "กลุ่มอำมาตยาธิปไตย" จะได้ตระหนักเสียทีว่า จำนวนคนที่ไม่พึงพอใจ ต่อการปกครองของพวกเขาเพิ่มจำนวนขึ้นมาก และไม่ลดลง การพยายามโฆษณาชวนเชื่อทำลายกลุ่มคนเสื้อแดง ไม่มีผลต่อการทำลายการรวมตัวของคนเสื้อแดงแต่อย่างใด

ก็อย่างที่ผมเคยบอกหลายครั้งแล้วว่า ประชาชนได้เลือกข้างไปเรียบร้อยแล้ว และการขัดแย้งครั้งนี้มันไปไกลเกินกว่าทักษิณมากแล้ว หากฝ่ายอำมาตย์ยังติดยึดอยู่เพียงว่า "คนเสื้อแดงสู้เพื่อนายใหญ่" คนเสื้อแดงทำเพื่อทักษิณ วันที่โดนประชาชนเอากิโยตินตัดศีรษะ ก็ยังคงไม่รู้ตัวว่า นี่คือการลุกขึ้นต่อสู้กับอำนาจเผด็จการ ต่อสู้กับการทำให้ทุกคนเป็นไพร่ ประชาชนได้ประกาศความเป็นไท และต้องการเจตจำนงเสรี กำหนดใจตัวเอง โดยไม่ต้องมีพี่ใหญ่ Big Brothers หรือ คุณพ่อผู้หวังดี คอยมาชี้นำให้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร ประชาชนโตแล้ว และต้องการตัดสินใจด้วยตนเอง

เมื่อวานนี้ การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปราศจากอาวุธ และปราศจากความรุนแรง และเมื่อได้เดินทางไปถึงบริเวณทำเนียบรัฐบาล ประมาณตีหนึ่ง กลุ่มมหาประชาชนเสื้อแดงก็ได้สลายตัวกลับ เพราะได้บรรลุเป้าหมายแล้วคือ “การแสดงแสนยานุภาพและโชว์พลัง” ไม่ได้มีความประสงค์ที่จะยึดทำเนียบรัฐบาลเหมือนที่กลุ่ม พธม.เคยทำแต่อย่างใด

กลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนมากเหมือนกันที่รู้สึกคับข้องใจว่า ทำไมพวกเราทำอะไรไม่ได้ พวกเราทำได้แค่นี้หรือ ทำไมเราไม่บุกเข้าไปยึดทำเนียบ ทำไมเราไม่ชุมนุมยืดเยื้อเพื่อขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ออกไป เหมือนที่ “กลุ่มพันธมิตรหรือคนเสื้อเหลือง” เคยทำ ในการชุมนุมขับไล่รัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ คนเสื้อแดงหลายคนพยายามที่จะ “ก็อบปี้วิธีการของพันธมิตร” มาทำบ้าง โดยไม่ประเมินว่า แม้พันธมิตรจะชุมนุมขนาดนั้น มีตัวช่วยมากมาย มีเจ้าของม็อบที่มีอิทธิพลยิ่งใหญ่ของประเทศ พันธมิตรก็ไม่สามารถไล่รัฐบาลได้สำเร็จ ที่รัฐบาลล้มลงไป เพราะการใช้อำนาจตุลาการวิบัติ ดำเนินการโดยผู้มีอิทธิพลต่างหาก

หากคนเสื้อแดงดำเนินการอย่างเดียวกับพันธมิตร ผลย่อมออกมาไม่เหมือนกันแน่ ทหารไม่ได้อยู่ข้างเรา ตุลาการไม่ได้อยู่ข้างเรา และที่สำคัญที่สุดคือ “เราไม่ใช่พวกมีเส้น” เราเป็นไพร่



ดังนั้น สำหรับผมแล้ว การชุมนุมประท้วง เป็นกระบวนการให้การศึกษาประชาชน สร้างความตื่นตัวให้กับประชาชน ให้ตระหนักถึงสิ่งที่เรากำลังต่อสู้ และแสดงให้ฝ่ายตรงข้ามได้เห็นพลังอันยิ่งใหญ่ว่า คนที่อยู่ตรงข้ามพวกเขามีมากมาย

การแพ้ชนะทางการเมืองในเกมนี้อยู่ที่สนามเลือกตั้ง คนที่ตัดสินอยู่ที่ประชาชนในสนามเลือกตั้ง แม้จะโดนบิดเบือนไปบ้าง แต่คนที่บิดเบือนก็ต้องใช้ต้นทุน ศรัทธามากมายไปแลกเอากับการโกงประชาชน ยิ่งใช้บ่อยศรัทธายิ่งสูญสิ้นไป สุดท้ายพวกเขาอยู่ได้ ด้วย “ศรัทธา” เท่านั้น เพราะที่จริงแล้วพวกเขา “ไม่มีประโยชน์ต่อประชาธิปไตย” เป็นองค์กรที่เป็น “ใส้ติ่งของสังคม” แต่ที่ยังอยู่ได้ในหลายประเทศทั่วโลก เพราะสามารถสร้างศรัทธา ถึงการมีประโยชน์ต่อสังคม หากเป็นปรปักษ์ต่อสังคมแล้ว สุดท้ายก็ถูกทำลายไปจนได้

การที่จะทำให้ประชาชนหลายสิบล้านคนลงคะแนนให้ ต้องไม่ใช่การ Cheating การโกง หลอกลวง หากไม่มีของจริงอยู่แล้ว หมู่ประชาชนที่ลงคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 30 ล้านคน ย่อมไม่มีทางถูกหลอกได้หมดสิ้น

พวกเขากล้าฝืนมติมหาชนในการอุ้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ เพราะพวกเขาคิดว่า เมื่อการเลือกตั้งมาถึงพวกเขาสามารถหลอกประชาชนทั้ง 30 ล้านคน (เฉพาะคนที่มีสิทธิลงคะแนน) ได้ต่อไป ด้วยเทพนิยายปกรณัมย์ จักรๆ วงศ์ๆ ทั้งหลาย แต่หาทราบไม่ว่า คนศตวรรษที่ 21 จะมีสักกี่เปอร์เซนต์ที่หลงในนิยายน้ำเน่าเหล่านั้น ที่เขาไม่มีปฎิกริยาในช่วงเวลาที่ผ่านมา เพราะไม่ได้ทำอะไรเป็นปฎิปักษ์ต่อพวกเขามากกว่า แต่ปี 2552 สถานการณ์เป็นตรงกันข้าม ศรัทธาที่เป็น “เสาค้ำจุนหลัก” จึงพังทลายลงไปอย่างรวดเร็ว

กลุ่มคนเสื้อแดงจะต้องสร้างเครือข่ายและรณรงค์ต่อไปอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดชุมนุมอย่างสงบ พัฒนาผู้นำประชาชน สนับสนุนให้มีการตั้งกลุ่มประชาธิปไตยกลุ่มต่าง ๆ ทั้งใน กทม. และต่างจังหวัด และหากมีการชุมนุมใหญ่ ก็อาจมีหลายเวที ตามแกนนำของแต่ละกลุ่ม เพื่อเป็นการพัฒนาความหลากหลายของผู้เคลื่อนไหว และผู้นำประชาชน และเป็นการให้ประชาชนได้เรียนรู้ถึงการเคลื่อนไหวทางการเมือง และการปลุกเร้ามวลชน ซึ่งเมื่อพัฒนาต่อไปกลุ่มต่างๆ เหล่านี้ก็จะเข็มแข็ง เป็น Cells หน่วยย่อยที่เชื่อมโยงกันด้วยอุดมการณ์ประชาธิปไตยเท่านั้น แต่การดำเนินการ ไม่จำเป็นต้องมีคำสั่งมาจากใคร แต่ละกลุ่มมีอิสระในการเคลื่อนไหวในหมู่ของตนเอง หากมีกิจกรรมใหญ่ แกนนำของกลุ่มย่อมมีช่องทางที่จะประสานติดต่อกันเอง จากเว็บบอร์ดต่างๆ ในดอินเตอร์เน็ตที่มีมากมาย ดังนั้นการระดมพลจึงไม่ยากนัก

ส่วนการโค่นล้มรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมไม่อยากให้ใส่ใจหรือตั้งความหวังไว้กับเรื่องนี้มากนัก เพราะรัฐบาลที่พิกลพิการนี้ย่อมอยู่ไม่ได้นานด้วยตัวเองอยู่แล้ว และภายใต้ “กระแสวิกฤติทางเศรษฐกิจโลก” ที่เศรษฐกิจในประเทศอุตสาหกรรมเริ่มเข้าสู่ภาวะหดตัวแล้ว และจะรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม คนจะตกงาน วิกฤตการณ์ทางสังคมจะตามมา และวิกฤติครั้งนี้แรงกว่าปี 2540 เพราะเป็นขอบข่ายทั่วโลก และประเทศไทยจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงแน่นอน เพราะเราอยู่ที่ส่วนหัวของพายุ และพายุลูกนี้เป็นอภิมหาวาตะภัย กว่าจะสงบกินเวลาไม่ต่ำกว่า 3-4 ปี

ไม่ต้องโค่นล้มรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ แม้จะมี พลังอันยิ่งใหญ่คอยอุ้มอยู่ ก็ไม่อาจทานทนอยูได้ ยิ่งฝืนมติของประชาชน ยิ่งพังลงอย่างรวดเร็ว

การปฎิวัติสังคมทั่วโลก การลุกฮือขึ้นของประชาชนในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา แม้แต่การปฎิวัติของคณะราษฎร์ในปี 2475 (ค.ศ.1932) ก็เกิดจากการจุดฉนวนมาจาก วิกฤติเศรษฐกิจโลกปี 1929 (The Great Depression) กลายเป็นสาเหตุให้คนลุกฮือขึ้นต่อต้านการปกครองที่ไม่ชอบธรรม และไม่มีธรรมทั้งสิ้น

วิกฤติเศรษฐกิจโลกที่เริ่มขึ้นมาตั้งแต่ปลายปี 2008 แล้ว ผมเชื่อว่าจะส่งผลกระเทือนต่อโครงสร้างของสังคมไทยถึงรากฐานทีเดียว เพราะแผ่นดินได้สะเทือนล่วงหน้ามา 3 ปีแล้ว สถานการณ์ที่เริ่มเป็นฉนวนได้ลุกลามไปมากแล้ว

โชคดีของคนไทยที่พอพายุมาถึง พวกศักดินาอำมาตยาธิปไตยได้อุ้มนายมาร์กขึ้นรับกับพายุพอดี

ผลร้ายของวิกฤติการณ์ครั้งนี้ คนที่อุ้มนายมาร์กต้องรับกรรมไปทั้งหมด

เมื่อพายุผ่านไป จะทิ้งเอาไว้แต่ท้องฟ้าที่สดใส ฟ้าใหม่ที่ประชาชนมีเสรีภาพ และเป็นไทอย่างสมบูรณ์

ที่มา http://ไทยฟรีนิวส์ www.thaifreenews.com/?name=politics&file=readpolitics&id=577