ชาวดิน ออนเน็ต

***อนิจา วาสนา ไพร่***

เรียกร้องเถอะ ร่ำหา กันให้ตาย
เคยบ้างไหม เคยได้ สิ่งที่หวัง
กราบแทบเท้า ติดดิน ร้องเสียงดัง
มีสักครั้ง บ้างไหม ใครเมตตา

สิ่งที่ขอ รอมา กี่ชาติแล้ว
ไร้วี่แวว สิทธิ ที่ใฝ่หา
เป็นแค่ไพร่ เขาชี้ เป็นอีกา
อย่าได้มา ร่วมหงส์ ดงผู้ดี
ร้องขอมา กี่ปี กี่ชาติแล้ว
ก็ไม่แคล้ว โดนด่า ฆ่าทุบตี
จากปู่ย่า มาถึง ทุกวันนี้
ถูกย่ำยี ไล่บี้ ให้จำนน
ตายแล้วสิบ เกิดใหม่ ได้เป็นแสน
แต่ขาแขน ถูกตรึง ด้วยเล่ห์กล
แล้วเมื่อไหร่ สิ่งนี้ จะหลุดพ้น
รับกฏโจร กฏหมาย ไร้ปราณี
อนิจา วาสนา ชะตาไพร่
ถูกใส่ร้าย กล่าวหา ว่าบัดสี
ทั้งหมอบกราบ ก้มไหว้ อย่างภักดี
แพ้วจี คนโฉด โป้ปดลวง
คงถึงครา แล้วหนา บรรดาไพร่
แม้ร่ำไห้ ร้องขอ ก็ช้ำทรวง
เขาไม่แล พวกเรา ไพร่ทั้งปวง
ต้องวัดดวง ทวงค่า ความเป็นคน


โดย ยรรยง ลูกชาวดิน

7 / มีนาคม / 2553
........


วันพุธ, ธันวาคม 10, 2551

หลากหลายมุมมอง แต่มั่นใจ แผ่นดินนี้ ไม่เอาคนหลอกลวงประชาชน....

ที่มาจาก ไทยฟรีนิวส์

................

การเมืองไทยยุคหลังปี 2551 ไม่มีอนาคตและที่ยืนให้กับ สส.ที่ทรยศต่อประชน

บทความโดย...ลูกชาวนาไทย

ผมไม่ได้ตกใจกับข่าวการทรยศของ สส.กลุ่มเนวิน โดยหันไปสนับสนุนนาย

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 เท่าใดนัก เพราะหากพวก

เขาทรยศจริงๆ พวกเขาก็ไม่ได้ทรยศต่อทักษิณ แต่เป็นการทรยศต่อประชาชน

ที่ลงคะแนนให้พวกเขาในวันที่ 23 ธันวาคม 2551 ต่างหาก เมื่อพวกเขา

ทรยศต่อประชาชน สำหรับยุคนี้ที่ประชาชนคนรากหญ้ามีการตื่นตัวทางการ

เมืองสูงมากแล้ว การเช็คบิลของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งต่อไปก็คงตามมา

และคงเป็นการล้างบางทั้งยวง ยิ่งกว่าคำพิพากษาตัดสิทธิ์ทางการเมืองของ

ศาลรัฐธรรมนูญเลยทีเดียว


ยุคศตวรรษที่ 21 ไม่มีที่ยืนให้กับนักการเมืองที่ทรยศต่อประชาชนหรอกครับ

ชะตากรรมของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุวิทย์ คุณกิติ คงมีให้เป็นเป็นตัวอย่าง

อยู่อย่างชัดเจน

คนทรยศไม่ว่าสมัยใดของประวัติศาสตร์ไม่มีทางเจริญหรอกครับ

หากใครสังเกตพฤติกรรมการเลือกตั้งของประชาชน ตั้งแต่การเลือกตั้งใหญ่

หลังปี 2540 เป็นต้นมา จะเห็นแนวโน้มได้อย่างชัดเจนว่า "พฤติกรรม

การเลือกตั้งของประชาชนเปลี่ยนไป" และเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เรียกภาษา

วิชาการว่า เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ เลยทีเดียว คือ หลังจาก

ปี 2540 เป็นต้นมา ประชาชนจะมีแนวโน้มที่จะเลือกพรรค มากกว่าเลือกตัว

บุคคล ซึ่งหากเราดูผลการเลือกตั้งใหญ่ ปี 2544, 2548,2549 และ

2550 จะเห็นได้ว่าประชาชนเลือกพรรคมาโดยตลอด โดยเฉพาะเขตภาคอีสาน

ภาคเหนือ และภาคใต้ มีเพียงบางจังหวัดในภาคกลาง เช่นสุพรรณบุรี อ่างทอง

เท่านั้น ที่ประชาชนยังนิยมเลือกตัวบุคคลมากกว่าพรรค

การทรยศของ สส.กลุ่มเพื่อนเนวิน นั้นตั้งอยู่บนความหวังของพฤติกรรมการเลือกตั้ง

ของประชาชน ก่อนปี 2540 ที่คนจะเลือกเป็นตัวบุคคลมากกว่าเลือกพรรค และพวก

เขาคิดว่า เขาสามารถคุมเสียงของคนอีสานได้ พวกเขาคิดว่าคนอีสานเลือกตัวบุคคล

ไม่สนใจพรรค นโยบายพรรค พวกเขาก็จะสามารถเอาเงินไปฟาดหัววันเลือกตั้งได้

จ่ายหัวละ 1,000 บาท หิ้วเงินไปทุ่มวันเลือกตั้งก็ชนะแล้ว

หรือไม่พวกเขาก็ใช้แบบจำลองของ “สุพรรณบุรีโมเดล” เพื่อดึงคนที่นิยมเลือกพรรค

ปแล้วให้กลับมาเลือกตั้งบุคคล โดยพัฒนาจังหวัดแบบสุพรรณบุรี แบบเดียวกับนาย

บรรหาร ศีลปะอาชา

นับว่าเป็นความคิดที่ย้อยหลัง ทวนเข็มพัฒนาการทางการเมืองอย่างยิ่ง และยึดติดกับ

สภาพของสังคมยุคก่อนปี 2540 และมองว่า “มนุษย์ซึ่งเป็นสัตว์โลกที่มีการปรับตัว

เร็วที่สุด” จะไม่มีการเปลี่ยนพฤติกรรมเลย ซึ่งความเชื่อนี้ ขัดแย้งกับธรรมชาติของ

มนุษย์ที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว และมีการเรียนรู้ตลอดเวลา และมนุษย์นั้นเมื่อ

เรียนรู้ไปแล้ว พฤติกรรมจะเปลี่ยนไปอย่างถาวร

ก็ลองดูครับว่าทฤษฎีผมจะผิด หรือเปล่า และผมเชื่อว่า "บารมีของนายเนวิน ชิดชอบต่อ

คนอีสานนั้น ต่ำกว่าบารมีของนายบรรหารต่อคนสุพรรณบุรีมาก" โอกาสที่จะรักษาฐาน

แบบคนศรัทธาตัวบุคคลมากกว่า พรรคนั้นน้อยมาก

สาเหตุที่คนเปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกตั้งนั้นอธิบายไม่ยาก ส่วนหนึ่งมาจากการเรียนรู้เอง

หลังปี 2540 ที่ รัฐบาลของนายกฯทักษิณ ชินวัตร สร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ ทำให้

คนศรัทธา เลือกพรรคไทยรักไทยจนเกินครึ่งหนึ่ง และหลังจากนั้นคนก็เรียนรู้ว่า การลงคะแนน

เป็นพรรคนั้น ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ และอำนาจต่อรองของเขาเป็นอย่างยิ่ง คนรู้ว่า หนึ่งคะ

แนนเสียงของพวกเขานั้นมีคุณค่า สามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของพวกเขาได้ เมื่อพวกเขาออก

เสียงแบบเดียวกันทั้งภูมิภาค รัฐบาลก็จะทำทุกอย่างตามที่พวกเขาต้องการ และ สส.ในส่วนตัว

บุคคลนั้นมีความหมายน้อยกว่าพรรคมาก เพราะ สส.โดยตัวบุคคลไม่สามารถผลัดดันนโยบาย

อะไรที่เป็นรูปธรรมได้ ผลประโยชน์จากการเลือก สส.รายบุคคล ก็แค่เงินวันไปเลือกตั้ง กับ

ถนนหนทางเล็กน้อยเท่านั้นเอง ซึ่งปัจจุบัน มี อบจ./อบต. ตอบสนองไปหมดแล้ว

ชาวบ้านต้องการสวัสดิการสังคม เช่น การรักษาพยาบาล กองทุนหมู่บ้าน หรือนโยบายประชานิยม

ต่างๆ แบบรัฐบาลของนายกฯทักษิณ ชินวัตรมากกว่า ซึ่งการจะได้นโยบายแบบนี้ต้องเลือกเป็น

พรรค ไม่ใช่ตัวบุคคล

ประการที่สองที่ทำให้พฤติกรรมการเลือกตั้งของประชาชน เปลี่ยนไปคือ ประชาชนเสียงส่วนใหญ่

ในปี 2550 นั้นไม่ใช่ประชากรกลุ่มเดียวกับ ประชากรปี 2520-2540 อีกต่อไปแล้ว

คนส่วนใหญ่ในสังคมยุคนี้ เกิดหลังจากปี 2500 ซึ่งหากพวกเขาเกิดในปี 2500 จนถึงวันนี้

พวกเขาก็อายุ 50 ปีแล้ว และกลายเป็นคนส่วนใหญ่ของสังคมในทุกจังหวัดไปแล้ว

คนที่เกิดหลังปี 2500 ในชนบท จะมีโลกทรรศน์ที่แตกต่างจากประชากรที่เกิดก่อนหน้านี้ เพราะ

พวกเขาจะเข้าเรียนในระบบโรงเรียนสมัยใหม่ ที่เกิดขึ้นและขยายตัวเข้าไปถึงทุกหมู่บ้าน หลังยุค

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปี 2504 ในรัฐบาลจอมพลสฤษฏ์ ธนะรัช ระบบโรงเรียน

สมัยใหม่ แยกเด็ดขาดจากวัด ทำให้โลกทรรศน์ของคนชนบทยุคใหม่ เจือจางแนวคิดแบบดังเดิมไป

มาก พวกเขามีความคิดใกล้เคียงกับคนชั้นกลางในเมืองมากกว่า

ความหวังหนึ่งของ สส.กลุ่มเพื่อนเนวิน คือ หากรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สามารถอยู่ได้ 3 ปี

พวกเขาก็สามารถเจือจางศรัทธาของประชาชนที่มีต่อนายกฯทักษิณลงไปได้ คนก็จะไปเลือก ตัวบุคคล

มากกว่าพรรค เหมือนเดิม ผมว่าช่างเป็นความคาดหวังที่โง่เขลาอย่างยิ่ง

รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์นั้น ไม่มีทางที่จะเรียนแบบนโยบายประชานิยมของพรรคไทยรักไทยได้เลย

ถึงจะเรียนแบบบางอย่าง ก็เป็นประชานิยมจอมปลอม ที่หลอกลวงคนรากหญ้าที่ฉลาดขึ้นมากแล้ว

ทำไมผมคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถดำเนินนโยบายประชานิยมได้ ผมไม่คิดว่าจะเกี่ยวกับ

ความสามารถหรือไม่ใช่ความสามารถของพรรคประชาธิปัตย์ แต่มันเกี่ยวข้องโดยตรงกับ “อุดมการณ์

ทางการเมือง” ของประชาชนที่เป็น “ฐานเสียงสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์” ต่างหาก

ฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นฐานเสียงที่สำคัญคือ คนชั้นสูง/คนชั้นกลาง ที่ต่อต้านนโยบาย

ประชานิยม คนเหล่านี้ ไม่ชอบนโยบายประชานิยม อาจเห็นว่าเป็นนโยบายที่ไม่ดีอะไรก็แล้วแต่ และ

พวกเขาก็ต่อต้านพรรคไทยรักไทย ที่ใช้นโยบายนี้ ดังนั้นการที่พรรคประชาธิปัตย์จะดำเนินนโยบาย

ประชานิยม เพื่อเอาใจคนรากหญ้าที่เป็นฐานคะแนนของ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” นั้นเป็นไปได้น้อยมาก อย่าง

มากเขาก็อนุมัติงบประมาณให้กลุ่มเนวิน พัฒนาจังหวัด เช่น ถนนหนทางเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ซึ่งไม่ใช่

ความต้องการของคนรากหญ้า

คนรากหญ้าต้องการนโยบายประชานิยม

ดังนั้น รัฐบาลประชาธิปัตย์ไม่มีทางที่จะเอาใจคนทั้งสองกลุ่มนี้ โดยไม่เสียคะแนนนิยมไปอย่างแน่นอน

อีกอย่างนโยบายประชานิยม ต้องหาเงินเข้าคลังเก่ง แต่ภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ปชป. ไม่มีทางทำได้แน่นอน

และสุดท้ายก็มุ่งที่จะรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจอยู่ จนไม่มีนโยบายอะไรใหม่ออกมากที่จะทำให้

กลุ่มเพื่อนเนวินรอดพ้นจากการถูกสังหารหมู่ทางการเมืองในการเลือกตั้งครั้งต่อไปได้

คนรากหญ้าที่โดน สส. กลุ่มเพื่อนเนวินทรยศ จะไม่มีทางยอมให้อภัยและผ่อนปรนให้กับ กลุ่มเพื่อนเนวิน

ที่ทรยศต่อพวกเขา หันไปสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้เป็นนายกฯอย่างแน่นอน

คนอีสานนั้นเกลียดพรรคของคนใต้ เข้ากระดูกดำ เหมือนที่คนใต้เกลียดพรรคไทยรักไทย เข้ากระดูกดำ

การที่ สส.ของคนอีสานหันไปสนับสนุนพรรคที่เขาเกลียด ย่อมเป็นความคลั่งแค้นอย่างที่ยากที่จะมีอะไร

ไปทัดทานผ่อนปรนลงไปได้

อีกอย่างพรรคเพื่อไทย ที่เป็นทายาทตัวจริงของพรรคไทยรักไทย ของนายกฯทักษิณ ชินวัตร ต้นตำรับ

ประชานิยมตัวจริงก็ยังอยู่ และก็จะหาเสียงย้ำโจมตี กลุ่มเนวินที่ทรยศตลอด สุดท้ายพวกทรยศก็คือ ซาก

ทางการเมืองดีๆ นี่เอง

ไม่ว่าจะคิดแค่ระยะกลางหรือระยะยาว การกระทำของ สส.กลุ่มเพื่อนเนวิน คือ การฆ่าตัวตายทางการ

เมืองชัดๆ อนาคตทางการเมืองได้จบลงไปแล้ว พวกเขาไม่มีที่ยืนในเวทีการเมืองในอนาคตอีกต่อไปแล้ว

หากพวกเขาอยากไปสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ พรรคที่คนอีสานเกลียดเข้ากระดูกดำ พวกเขาควร

เรียกค่าตัวให้สูงเข้าไว้ สูงกว่าตัวเลขที่ผมได้ยินคือ 40 ล้าน กินคำเดียวให้ใหญ่พอ เพราะต่อไปนี้

เกียรติยศ ศักดิ์ศรี บารมี ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างหนึ่งนอกจากเงินตรา ก็ได้สูญสิ้นไปอย่างแน่นอนแล้ว

เงิน 40 ล้าน แลกกับเกียรติภูมิ หากคิดว่ามันคุ้ม ก็เชิญตามสบาย

ประชาชนอย่างพวกผม ก็จะได้ล้างบาง ส.ส. แบบนี้ให้หมดสิ้นไปเสียที เรามีคนอื่นๆ ในเขตเลือกตั้งที่

พร้อมจะเป็นตัวแทนของพรรคคนรากหญ้าอีกเยอะครับ


........................................

แกล้งแพ้ . . . . จากนสพ.ไทยรัฐ
โดย : tongtata

ลองสมมติเล่นๆลองสมมติเล่นๆ
สมมติว่า คนชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” แกล้งแพ้ให้เป็น ก่อนอื่นเลยนับว่าโชคดีด้วยซ้ำไป
นี่คือโอกาสถอนยาสั่งยี่ห้อ “เนวิน
ชิดชอบ” ออกจากตัว สลัดคราบล้างอาถรรพณ์หมอผีเขมรที่สะกดมนต์ให้ “นายใหญ่” เล่นบทฮาร์ดคอร์
บู๊ล้างผลาญ

ยุให้รบแบบเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย

“ทักษิณ” น่าจะอาศัยบทเรียนอันเจ็บปวดจากการถูก “ทรยศ” ทบทวนสัจธรรม ใครที่จริงใจ ใครทำตัวเป็นเห็บหมา
หลอกสูบเลือดจน
เกือบตายแล้วโดดหนี

ตั้งสตินิ่งๆ แล้วคิดกันให้เนียนๆ

การฝืนแลกหมัดแบบแพ้ไม่ได้ ถึงจะทุ่มสรรพกำลังผลักดันนอมินีแถวสามขึ้นมาเป็นนายกฯสำเร็จ อย่างไรเสียก็หนี
ม่พ้นวังวน ต้องโดนฝ่ายอำมาตย์ส่งซิกให้ม็อบพันธมิตรฯออกมาเปิดเกมป่วนล้มโต๊ะ

ไม่เป็นอันทำการทำงานแน่

แม้แต่ทำเนียบรัฐบาลก็ยังไม่ชัวร์ว่าจะโดนบุกยึดอีกหรือไม่ โดยเกมตั้งรับหนีไม่พ้นต้องเป็น ครม.เร่ร่อนไปประชุมตามศาลากลาง
จังหวัดภาคเหนือ ภาคอีสาน

หนีหัวซุกหัวซุน ไร้ความสง่างาม

ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่นับวันจะยิ่งดิ่งเหว ประชาชนทยอยตกงาน ความลำบากลุกลามถึงปากท้องชาวบ้าน สุดท้ายฝ่าย
ที่ต้องตกเป็นแพะ ก็หนีไม่พ้นเครือข่ายนายใหญ่ที่จะโดนรุมก่นด่าข้อหาดื้อด้านโดยไม่สนชะตากรรมของประเทศ ชาติบ้านเมือง

จากคะแนนสงสารที่ตุนไว้ กระแสพลิกเป็นอารมณ์ หมั่นไส้ง่ายๆ

ในทางตรงกันข้าม ภายใต้กติกาที่สู้กันในระบบรัฐสภา “นายใหญ่” สั่งถอย ปล่อยให้พรรคประชาธิปัตย์รวมเสียงเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
ดัน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ขึ้นเสียบแทนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

โดยอาการ “กระเ***้ยนกระหือรือ” อยากแย่งเป็นดีนัก

ล่าสุดเอแบคโพลสะท้อนความต้องการของคนกรุงเทพฯ ถึงร้อยละ 74.4 ต้องการนายกรัฐมนตรีที่เก่งในการแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจปาก
ท้องมากกว่าเรื่องอื่น

ก็รู้ๆกัน นี่คือจุดอ่อนที่แก้ไม่ตกของ “อภิสิทธิ์” และพรรคประชาธิปัตย์

แค่กระดิกเท้ารอเวลา ช่วงที่พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน “ทักษิณ” พักรบ หันกลับไปซ่อมแซมบ้าน รักษาบาดแผลช้ำใน ฟิตร่างกายให้พร้อม
รอจังหวะ ภายใต้เงื่อนไขวิกฤติเศรษฐกิจที่ลามทั่วโลก ลำพังทีมเศรษฐกิจมือสมัครเล่นที่เห็นๆของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีทางเอาอยู่

เดี๋ยวเสียงเรียกหา “ทักษิณ” จะดังขึ้นเอง.

“กำปั้นหยก”

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ผู้ที่ไล่ทักษิณไม่ให้มานั่นแหละ จะเป็นผู้เชิญทักษิณเข้ามาเอง!!


..................................

ระยะทางพิสูน์ม้า
กาลเวลพิสูจน์คน

วันนี้ก็ได้รู้ว่าเนวินและบิดาเป็น

คนแบบไหน
ได้รู้ว่าอภิสิทธิ์เป็นคนแบบ

ไหน

ผมว่าทักษิณเป็นนายคนมา

หลายสิบปี
มีลูกน้องทั้งใกล้ชิดและอยู่

ในองค์กรเป็นหมื่นๆคน
เขาน่าจะมีความรู้ว่าคนๆ

ไหนไว้ใจได้ คนไหนต้องระวัง
ทักษิณจะเป็นคนดีหรือไม่ดีใน

ความคิดใครก็ตาม
แต่ผมเชื่อว่าเขาเป็นคนฉลาด

และชอบแก้เกม

ดูๆไปลูกน้องหรือบริวารของ

ทักษิณนี่ให้โทษตัวเขามาหลาย

คนแล้ว
- จำลอง
- สนธิ
- เนวิน
ใช่คนอื่นไกลที่ไหน?

โดย : Nebula

ในใจลึกๆ ผมก็อ่านเกมออกมาในแนวทางนี้เช่นกัน แม้กระทั่ง

1. "กลุ่มเพื่อนเนวิน" ที่ไปสนับสนุน ปชป.จัดตั้งเป็นรัฐบาล

..ก็น่าจะเป็นการเดินหมากแสนกล ที่สลับซับซ้อน เมื่อปลายผล

ออกมา...ก็น่าจะเห็นว่าได้ บวก หรือ ลบ ....หากได้บวก เนวิน

ก็

เป็นวีรบุรุษทางการเมืองอีกคนหนึ่ง ...หากเป็นลบ เนวินก็ถึง

จุดจบ

ทางการเมืองในฐานะผู้ทรยศต่อระบอบประชาธิปไตย

2.กรณี คุณหญิงพจมาน อย่ากับท่าน ทักษิณ...ซึ่งขณะนี้

คุณหญิงอ้อ ก็กลับมาเมืองไทยพร้อมลูกๆ และทำการเปลี่ยน

บัตรประชาชนใหม่ "นามสกุล ดามาพงษ์"...ตรงนี้ก็เป็น

หมาก

แสนกลอีกตัวหนึ่งที่เล่นอย่างถูกต้องตามกฎหมายไทยทุก

ประการ

ที่เตรียมตั้งลำ.

.3.กลุ่มเสื้อแดง ของจริงทั่วแผ่นดิน เป็นรั้วเหล็กผนังทอง

แดง

ให้แก่ระบอบประชาธิปไตย (ขจัดระบอบเผด็จการอมาตยาธิป

ไตย

ให้หมดไปจากแผ่นดินไทย) ที่นับวันจะเพิ่มเป็นทวีคูณ

4.ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทย หนักหนาสาหัส ยากเกิน

กว่า

ที่รัฐบาล ปชป.จะแก้ไขได้ เพราะ ปชป.มีแนวโน้มที่จะนำ

ประเทศ

ไปจำนำ IMF รอบสองแน่นอน จำเป็นต้องเรียกหาผู้ที่

เก่งและ

สามารถแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ มากอบกู้โดยด่วน ซึ่งเป็นไป

ตาม

คุณ tongtata เขียนไว้ในกระทู้นี้

5.ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวโลก ต่างเห็นความไม่เป็นธรรม

ในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย จนเป็นที่คลางแคลงใจ

ต่อ

ชาวไทยและชาวโลก เพราะมีอำนาจที่ 4 เป็นผู้กำกับแทรกแซง

อย่าง

ชัดแจ้ง ทำให้ศาล(ตุลาวิบัติ)ทำหน้าที่หยุดความยุดติธรรมแบบ

ไม่เต็มใจ

6.ประเทศในโลกเสรี เชียร์และเข้าข้าง กลุ่มรักประชาธิปไตย

ทั่วโลก

7.ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับข้อมูล "ด้านสว่างเพิ่มขึ้น"..มีการ

ศึกษาหา

ความรู้เพิ่มขึ้น จนความรู้ไล่ทัน จนกระทั่งล้ำหน้ากลุ่มอมาตยาธิป

ไตยไป

หลายขุม...ที่สำคัญ ทำให้ประชาชนตื่นตัวทางการเมืองอย่างที่ไม่

เป็นมาก่อน

8.สัจจธรรม และกฎแห่งกรรม กำลังทำหน้าที่ของเขาเอง..อีกไม่

นาน ...

ตัวก่อเหตุ ก็จะ.....

9.ดูเหมือนวิกฤตการเมืองปัจจุบัน กำลังผัดเปลี่ยนไปสู่ระบอบประ

ชาธิปไตย

แบบเต็มใบ...ที่คนไทยทุกคนจะมีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์เท่า

เทียมกัน

"หนึ่งคน หนึ่งชีวิต หนึ่งเสียง เท่ากันหมด"

10.ช่วงนี้ฝ่ายเสื้อแดงและกลุ่มคนรักประชาธิปไตยมีความอดทน

และต่อสู้

ในวิถีทางที่ถูกต้อง ถึงแม้อีกฝ่ายจะใช้วิธีละเมิดกฏหมายด้วยอุ้งมือ

มารและ

มารเป็นฝ่ายชนะบนทรากปรักหักพังของชาติก็ตาม แต่เขากลับพ่าย

แพ้ต่อความ

ถูกต้องและถูกตราบาปไปทั่วโลกในระยะยาว นั่นแสดงว่า..ชาวเสื้อ

แดง และ

ประชาชนคนรักประชาธิปไตย ได้ตุนมหามิตรชาวโลกเสรีไว้ข้างกาย

ในฐานะ..

ฝ่ายธรรมะ(ระบอบประชาธิปไตย) ที่แสดงออกตามกรอบกฏหมาย

ของไทย

และกฎหมายของโลกเสรี ทางเหนือเรียกว่า "กลุ่ม ต๋นบุญ"ที่มีมาก

กว่า

กลุ่มารธมิตร...

11.จากข้อ 1-11 เป็นหมากบุญ ที่ประเทศไทย พร้อมที่จะเปลี่ยน

ผ่าน

ไปสู่สังคมไทยยุคใหม่ บนพื้นฐานความเป็นไทย ใจสากล..ครับ.

โดย : poo

.....................................


ก่อนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรุณาไปรับตุ๊กตาทองสาขานักแสดงชายยอดเยี่ยมก่อนนะครับ

ขอศิโรราบ กราบกรานมอบรางวัลตุ๊กตาทองชาย สาขานักแสดงนำยอดเยี่ยมฝ่ายชายให้เลยครับคุณอภิสิทธิ เวชชาชีวะ ว่าที่นายกรัฐมนตรีประจำสารขันธ์แลนด์คนต่อไป กับบทบาทการกระสันต์เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้บริหารประเทศ ที่กำลังจะเข้ามารองรับในเร็ว ๆ นี้

คุณอภิสิทธิ ครับ ชาวบ้านชาวช่องในบ้านนี้เมืองนี้เขามิได้เป็นโรคความจำสั้น อัลไซเมอร์ หรือเช้าพูดอย่างเย็นพูดอีกอย่าง กันทุกคนนะครับ ถึงจะได้ปรับอารมณ์ความรู้สึก ตามเกมที่คุณกำลังเล่นลิเกการเมืองอยู่นี้ได้ทุกคน เพื่อเก้าอี้ที่คุณกระสันต์ หรือปราถนา คุณอภิสิทธิ ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง ทิ้งมาดผู้ดี๊...ผู้ดี

ทิ้งมารยาทและความถูกต้องตามวิถีทางของความถูกต้อง ทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ขนาดนี้เชียวหรือ ? ?

เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน คุณอภิสิทธิ ไม่ได้เรียกร้องให้อดีตนายกฯ สมชายลาออก แต่คุณให้นายกฯ ประกาศยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน ได้ทบทวนความต้องการของตนเอง คุณทำเสียงกระเส่าน้ำตาคลอเบ้าบอกว่า มันเหลือวิถีทางเดียวแล้ว ที่จะนำความสุข ความสมานท์ฉันท์กลับคืนสู่สังคมไทย แค่ลาออกคงไม่เพียงพอแล้ว แล้วเหตุไฉนในวันสองวันนี้ คุณอภิสิทธิพลิกลิ้น บอกสภาไม่มีความผิด ห้ามยุบ ๆ ๆ ๆ ๆ (เพราะกรูกำลังจะได้เป็นรัฐบาลเว้ย) เป็นนกแก้วนกขุนทอง ชนิดไม่เกรงอกเกรงใจคนไทยที่นั่งมองพฤติกรรมของคุณแบบงุนงง

คุณจำได้ไหมครับว่า คุณเคยพูดไว้ว่า จะไม่ร่วมสังฆกรรม วจีกรรม มโนกรรม กับกลุ่ม สส.ที่มาจากกลุ่มอำนาจเก่า หรือจากพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน (นอมินีไทยรักไทย) มาจนถึงเพื่อไทย (นอมินีพลังประชาชน) เพราะคุณขยะแขยง อุ๋ยไม่ใช่สิ เพราะนโยบายในการบริหารประเทศแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่ดูดได้เฉพาะบางกลุ่ม ซึ่งเป็นกลุ่มที่พวกคุณโจมตีมาตลอดเสียด้วย ยี่ห้อยร้อยยี่สิบฉายานี้พรรคประชาธิปัตย์มิใช่หรือ ที่หยิบยื่น แต่งตั้งให้นายเนวิน ชิดชอบ ใช้เป็นสโลแกนประจำตัว แล้วเหตุไฉนวันนี้เสือกมาประคองกอด จูบปากกันจ๊วบจ๊าบ ออกทีวี ชนิดไม่กลัวคนที่ดูอยู่ทางโทรทัศน์ จะอ้วกแตก อ้วกแตน เพราะเสือกเลือกจูบปากกันตอนอาหารเย็นพอดี

หนำซ้า ยังขานรับ 4 ข้อเรียกร้อง ที่กลุ่มอสรพิษ ยื่นให้พอเป็นกษัย แก้ขวยเขินกับการนั่งในเก้าอี้รัฐมนตรีสำคัญ ๆ อย่างน่าชื่อตาบานว่า

จะสานต่อนโยบายประชานิยมของคนรากหญ้า ที่ไทยรักไทยเดิมได้ทำเอาไว้ (แต่ในสมัยก่อนคุณเรียกนโยบายพวกนี้ว่า ยาพิษ ) หน้าตาเฉย....มาร์คจัดห้ายยยยย ห้อยไม่ต้องห่วง 5555555

จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ที่สมัยก่อนพวกคุณยืนยันหัวเด็ดตีนขาดว่า รัฐธรรมนูญไม่มีความผิด แต่คนใช้เป็นผู้ที่ผิด (พันธมิตรพวกเดียวกับมาร์ค รับรองมาร์คจะแก้ พันธมิตรไม่กล่าหืออือ)

จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าฝ่ายใด (อยากจะหัวเราะเป็นภาษา บาฮามาส) ที่เห็นนายสมเกียรติ์ สส. พรรคประชาธิปัตย์ ทำผิดกฏหมาย ยึดสถานที่ราชการ ปิดถนน ยึดสนามบิน แล้วพรรคประชาธิปัตย์ อ้อมแอ้มว่าเป็นเรื่องส่วนตัว

ลิเก ฉากนี้ได้ใจผมมั่ก ๆ พี่น้อง ผมอ้วกออกมาหมดพุงเลยครับ สะอิดสะเอียนจนบอกไม่ถูก เมื่อเห็นอภิสิทธิ สวมบทพระเอกในเรื่อง ตะกายดาว ในครั้งนี้

หมดกันครับ จารีตประเพณี ที่ให้พรรคการเมืองเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลก่อน ซึ่งหากตั้งไม่ได้พรรคที่ได้คะแนนเสียงรองลงถึงจะจัด ตอนนี้ม๊อตโต้ ด้านได้อายอด กำลังกระหึ่มอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ เผลอ ๆ จะเป็นม๊อตโต้ที่พรรคประชาธิปัตย์ ยุคใหม่ จะยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ ต่อไปในอนาคตเสียด้วย

ไม่เป็นไรครับคุณอภิสิทธ์ ถ้าคุณหน้าหนาพอ พวกเราประชาชนคนไทยก็จะยกรางวัลนี้ให้ เพราะเชื่อโดยสุตจริตใจแล้วว่า พฤติกรรมท่าทีในอดีตที่คุณวางมาดผู้ดีมาโดยตลอด มันก็แค่ละครที่คุณสร้างภาพหลอกล่อพ่อยกแม่ยก ที่ความฉลาดไม่ค่อยมีเลือกพวกคุณเข้าไปแค่นั้นเอง

สุดท้ายนี้ผมอยากถามคุณตรง ๆ ว่า วิชาตอแหลศาสตร์เนี่ย คุณได้มาจากไหนครับ จากออกฟอร์ด ยูนิเวอร์ซิตี้ หรือมาจากการอบรมในพรรคที่คุณสังกัดมายาวนาน หรือมาจาก DNA ส่วนตัวของคุณ ถึงได้กระทำได้หน้าตาย เนี้ยนนนนเนียนนนนได้ราวกับเรื่องราวเหล่านี้ มันเป็นนิทานกล่อมเด็กได้ขนาดนี้

ผมบอกตรง ๆ นะ ผมโคตรอายเลย ถ้าคุณอายไม่เป็น ก็ไม่เป็นไร ผมขออนุญาตอายแทน

คุณอภิสิทธิครับ ถ้าคุณได้มีโอกาสได้อ่านบทความนี้ ผมยอมรับกับคุณตรง ๆ นะว่าผมกระแดะเขียน ดัดจริต วิพากวิจารณ์คุณแบบวิชาการไม่ได้จริง ๆ ผมมันลูกไพร่ หลานไพร่ สัญชาติไพร่ 100 เปอร์เซ็นต์ เห็นอย่างไรก็เขียนอย่างนั้น รู้สึกแบบใดก็เขียนบอกความรู้สึกแบบนั้น ตรงไปตรงมา ตามประสาลูกผู้ชาย ผมบอกตรง ๆ ครับผมดีใจ ที่เกิดมาแล้วแตกต่างทางวรรณะกับคุณ ผมเป็นไพร่อุปถัมภ์ครับ ยิ่งเห็นพฤติกรรมคุณแล้ว ยิ่งภาคภูมิใจในเชื้อชาติของตนเอง เพราะตระกูลไพร่อย่างผม

ไม่เคยสอนให้ลูกหลาน ตอแหล ครับ

โดย นักเขียนอาวุโส คอลัมน์ ลายคราม


......................


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลังบทความของบล็อก